SEO ช่วยให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดดได้ จริงหรือ

SEO ช่วยให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดด

SEO เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ธุรกิจคุณรุ่งเรืองและเติบโตแบบก้าวกระโดดได้มากกว่าที่เคย เนื่องจากเป็นเทคนิคที่ตอบโจทย์คนที่มุ่งมั่นไม่เคยหยุดนิ่งและมีเป้าหมายในการพัฒนาองค์กรหรือบริษัทอยู่เสมอ เหมาะกับการแข่งขันในโลกยุคไอทีหรือการตลาดออนไลน์อย่างปัจจุบัน เรียกได้ว่าให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน สำหรับคนที่พร้อมปรับตัวให้ก้าวทันความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ที่กล่าวเช่นนั้น เนื่องจากการทำ SEO จำเป็นต้องมีการวิจัยทางการตลาด เพื่อดูค่าสถิติในการสืบค้นใน search engine ของผู้ที่เปิดหน้าจอทั้งคอมพิวเตอร์ tablet และมือถือ smartphone ต่าง ๆ ก่อนจะทำการเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับสินค้าและบริการของบริษัท ซึ่งจะทำให้เกิดการ match จับคู่ได้ตรงใจที่สุดระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ในช่วงเวลาที่สั้นที่สุด ทำให้ปิดการขายได้เป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย คือ ผู้ขายหรือบริษัทก็ได้ขาย ส่วนผู้ซื้อก็ได้สินค้าหรือบริการที่ถูกใจที่สุดด้วยความรวดเร็ว

และเนื่องจากการสืบค้นนั้นมีเครื่องมือหลากหลายไม่ว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรืออุปกรณ์ไอทีแบบพกพา จึงจะเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO แนะนำการทำเว็บไซต์ทั้ง on-page และ off-page ที่มีโครงสร้างตอบโจทย์การใช้งานที่ง่ายและสวยงามโดนใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วย เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการขายและเป็นการครองใจลูกค้าให้ได้ยาวนานที่สุด

ช่วยให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดดได้-จริงหรือ

การทำลิ้งค์เชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์พันธมิตรทางการค้า หรือระหว่างหน้าเพจต่าง ๆ นั้นก็ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของ backlink ที่ต้องอิงตาม SEO เช่นกัน (หากเป็นในอดีตช่วงสิบปีที่ผ่านมา ก็จะเน้นจำนวนลิ้งค์หรือที่เรียกว่า เชิงปริมาณ) เพื่อให้ลูกค้ามีความประทับใจในข้อมูลที่มีประโยชน์และเชื่อมโยงกัน เช่น กลุ่มเป้าหมายกำลังหาวิตามินและอาหารเสริมช่วยเสริมภูมิต้านทานร่างกายป้องกันหวัด ก็มักสืบค้นใน search engine ด้วยคำว่า “วิตามิน” “หวัด” ซึ่งหากได้เข้ามาในหน้าบทความ SEO แล้วอ่านได้ความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เป็นหวัด (เช่น เครียด นอนน้อย ไม่ออกกำลังกาย) และได้คำแนะนำเรื่องอาหารเสริมและวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยบรรเทาหวัด (เช่น วิตามินซี เบต้ากลูแคน) ก็จะมีความประทับใจในบริษัทคุณ (ขายอาหารเสริมสุขภาพ) และจะยิ่งทวีความประทับใจขึ้น หากมีการเชื่อมโยงหรือแนะนำลิ้งค์อื่น ๆ เช่น วิธีออกกำลังกายง่าย ๆ ในห้านาทีเพื่อป้องกันหวัด สิบเมนูอาหารต้านหวัด ฯลฯ

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO ไม่ใช่สิ่งที่จะทำครั้งเดียวแล้วหยุดเพื่อรอดูผลลัพธ์ แต่จำเป็นต้องหมั่นอัพเดตและติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ ในสังคม เพื่อนำมาปรับสร้าง content SEO ที่ทรงประสิทธิภาพในการนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ คู่กับการศึกษาวิจัยเชิงเทคนิค เพื่อให้ “จับทาง” SEO ที่เหมาะสมกับประเภทสินค้าและบริการของธุรกิจคุณให้ได้อย่างดีที่สุด

SEO ช่วยให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดดได้ จริงหรือ

จุดอ่อนของการทำ SEO เรื่องที่ควรรู้

การทำ SEO เพื่ออัพอันดับของเวบเพจของคุณให้ขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของการสืบค้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องที่คุ้มค่าในการลงทุน เนื่องจากสามารถเพิ่มโอกาสในการพบปะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายด้วยการอยู่ใน ทำเลทองออนไลน์ ซึ่งเท่ากับเพิ่มเปอร์เซ็นต์การเติบโตรายได้ทั้งจากการรักษาฐานลูกค้าเก่าและขยายตัวของกลุ่มลูกค้าใหม่ในธุรกิจคุณ แต่อย่างไรก็ตาม การทำ SEO ในปัจจุบันยังมี จุดอ่อน อีกหลายอย่างที่คุณในฐานะผู้เป็นเจ้าของธุรกิจหรือเป็นผู้รับจ้างทำ SEO ต้องคำนึงถึง ดังนี้

สิ่งที่ผู้รับจ้างทำ SEO ต้องคำนึงถึง

1. มี timing

จำเป็นที่คุณต้องใจเย็นกับการรอให้เห็นผลของ SEO อย่างชัดเจนที่หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีคู่แข่งจำนวนมาก เช่น ทัวร์ การท่องเที่ยว เพราะทุกบริษัทที่เปิดหน้าร้านออนไลน์ ล้วนจ้างคนทำ SEO ที่มีประสบการณ์แบบมืออาชีพมาเป็นผู้ช่วยกันทั้งนั้น

2. พัฒนาเทคนิคเสมอ

ผู้รับจ้างทำ SEO ต้องไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้เทคนิคและเพิ่มพูนประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อให้บริษัทที่จ้างเห็นผลงานจากการทำ SEO ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะการหยุดนิ่งในการเรียนรู้เทคโนโลยีระบบการสืบค้นข้อมูล จะเท่ากับทำให้คู่แข่งรุดหน้าก้าวเหนือเราเสมอ

3. ต้องหาวิธีวัดผล

ธุรกิจที่จ้างทำ SEO ส่วนใหญ่หากไม่มีดัชนีที่ชี้วัดผลในการทำ SEO ที่ชัดเจน จะไม่สามารถบอกได้ว่า ลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากการทำ SEO มากน้อยเพียงใด หรือมีเปอร์เซ็นต์ยอดขายส่วนไหนที่มาจากการทำ SEO ตรงนี้เป็นสิ่งที่ต้องปรึกษาเฉพาะกับกูรูด้าน SEO ในการสร้างเครื่องมือวัดผลที่เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ

4. มีข้อจำกัดด้านคีย์

คีย์หรือ keywords ที่ search engine ให้ใช้สำหรับการสืบค้น ห้ามเกิน 5 คำ ทำให้แม้จะอยากใส่หลาย ๆ คีย์อัดแน่นกว่านั้น ก็จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี และอาจทำให้ content ที่ได้มีความไม่เป็นธรรมชาติและทำให้กลุ่มเป้าหมายอ่านแล้วเกิดความรู้สึกแง่ลบแทน

5. ผลการสืบค้นไม่หยุดนิ่ง

ลำดับของการขึ้นหน้าโชว์แสดงผล ไม่มีคำว่าหยุดนิ่งหรือ fix อันดับได้ เนื่องจากการอัพเดตของแต่ละเว็บไซต์มีตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องทำ SEO อย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ

6. มีช่วง GAP ในการอัพเดต

มีการเก็บสถิติพบว่าต้องใช้เวลา 1 – 4 สัปดาห์ในการทำงานของ Robots เพื่อจัดอันดับใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทำให้ผลของการทำ SEO ต้องมีช่วงรอจังหวะอยู่บ้าง

7. ไม่มีใครรู้อัลกอริทึ่มที่แท้จริง

ระบบ algorithm ของเครื่องมือสืบค้นมีความเป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง ไม่มีใครสามารถรู้กลไกอย่างลึกซึ้งแน่นอนได้ ตรงนี้เป็นจุดอ่อนที่เป็นขีดจำกัดของมนุษย์

จะเห็นได้ว่า แม้ผู้มีประสบการณ์ในการทำ SEO ก็ยังมีจุดอ่อนที่ไม่สามารถควบคุมได้ การจ้างทำ SEO จึงต้องเผื่อใจไว้สำหรับปัจจัยเหล่านี้ การทำธุรกิจจึงควรให้ เวลา เป็นตัวพิสูจน์ คุณภาพของงานบริการและสินค้า ที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการทำ SEO

สิ่งที่ผู้รับจ้างทำ SEO ต้องคำนึงถึง

เขียนบทความยังไงให้ได้คุณภาพ

ได้ยินบ่อยมากเรื่องการทำ Search Engine Optimization หรือ SEO ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาเว็บไซต์ในเครื่องมือค้นหาอย่าง Google สามารถพบสิ่งที่ต้องการเร็วขึ้น หลังจากเลือกคีย์เวิร์ดที่เป็นคำหลักอย่างเหมาะสม แต่ก่อนที่จะเขียนเนื้อหาบทความคุณมีทางเลือกทำตามคำแนะนำต่อไปนี้

เขียนบทความยังไงให้ได้คุณภาพ

1.ตั้งเป้าหมายเว็บไซต์

การเขียนบทความ ควรทำการวิจัยคีย์เวิร์ดก่อน เรียนรู้ว่าควรใช้คำไหนที่เหมาะสม อาจจะอาศัยการวิเคราะห์ของเครื่องมือค้นหาอย่าง Google ว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ใช้คำไหนในการค้นหาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง เลือกคำหลักที่สำคัญที่สุดสำหรับใส่ในบทความ ถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญ

2.รู้ว่าควรใช้คีย์เวิร์ดตรงไหน

การเขียนบทความจะต้องวางแผนว่าใช้คีย์เวิร์ดตรงไหนบ้าง เช่น ชื่อบทความ , โดเมนเนม , คำอธิบายเว็บ , ใส่แท็ก , หมวดหมู่ , ชื่อหน้าเพจและเนื้อหาของบทความ หากคุณใช้ WordPress มีปลั๊กอินเวิร์ดเพรสช่วยจัดการทำ SEO ของเว็บไซต์ให้ง่ายขึ้น เช่น All in One SEO Pack ที่ใช้งานตั้งค่าพื้นฐานให้เรียบร้อย จากนั้นเลือกโพสต์ที่ต้องการแล้วทำการใส่ Title Description และ Keywords ในโพสต์ได้ง่าย ๆ ในแบบที่เราต้องการ

3. ลิงก์เชื่อมโยงภายในเว็บไซต์

ระบบจัดการเนื้อหาส่วนมากทำงานโดยอัตโนมัติ เชื่อมโยงหน้าที่เกี่ยวข้องกับภายในเว็บไซต์ โดยเพิ่มคุณภาพและความน่าเชื่อถือของคอนเทนต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำ SEO ช่วยในเรื่องการจัดอันดับในการค้นหาเว็บไซต์ได้ด้วย

4.การตั้งค่า Permalink ใน WordPress รวมทั้งคีย์เวิร์ด

บางเว็บไซต์มีโครงสร้าง Permalink แบบระบุตัวเลขหน้า เช่น https://yoursite.com/?p=12 ไม่แนะนำให้ใช้แบบนี้เพราะไม่เกิดประโยชน์เพราะไม่เห็นว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และยังไม่เป็นมิตรกับเครื่องมือค้นหาอีกด้วย แนะนำว่าควรใช้โครงสร้าง URL ที่มีข้อความและอย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดไว้ใน URL ด้วย มีลักษณะเช่นนี้แทน https://yoursite.com/coolpage/

5. ลบสิ่งที่ทำให้เว็บไซต์โหลดช้าลง

เวลาในการโหลดหน้าเว็บมีความสำคัญ ควรลบสิ่งที่ไม่จำเป็นอื่น ๆ ที่ทำให้เว็บไซต์เสียเวลาในการโหลดเว็บไซต์ อาจรวมถึงไฟล์รูปภาพขนาดใหญ่ กราฟิกภาพเคลื่อนไหวและปลั๊กอินที่ไม่จำเป็น

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพ SEO ค้นหาเว็บไซต์เร็วขึ้น

6.ใช้คีย์เวิร์ดในภาพ

คีย์เวิร์ดไม่ได้ใส่เฉพาะในเนื้อหาบทความเท่านั้น ควรใส่ในชื่อเรื่อง ชื่อรูปภาพ คำอธิบายเว็บและไฟล์อื่นๆ เปลี่ยนชื่อไฟล์ใหม่ถ้าไม่สามารถใส่คีย์เวิร์ดในไฟล์นั้น ชื่อรูปภาพควรจะเป็น “writing-tips.jpg” แทนที่จะเป็น “d1234.jpg”

7.เชื่อมโยงเว็บไซต์ภายนอกที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง

คุณสามารถรวมบล็อกลิงก์ รายการลิงก์หรือแหล่งข้อมูลไว้ในเว็บไซต์ การเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอกจะทำให้ลิงก์ย้อนกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณ มีผลต่อเครื่องมือค้นหาที่พบหัวข้อที่ตรงกันด้วย

8.ปรับปรุงเว็บไซต์บ่อยๆ

เว็บไซต์ที่มีการอัพเดตเนื้อหาสม่ำเสมอ การโพสต์บทความใหม่มีคุณภาพเป็นประจำ มักมีอันดับสูงกว่าเว็บไซต์ที่ไม่ค่อยขยับเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น วิกิพีเดียจะติดอันดับดีในเครื่องมือค้นหาเพราะทำการอัปเดตเนื้อหาใหม่อย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณทำ SEO ถูกต้องตามกฎและได้รับการจัดอันดับในดัชนีของเครื่องมือค้นหา เช่น Google , Bing และ Yahoo ทำให้ผู้ใช้ค้นพบเว็บของคุณทางออนไลน์

การตลาด SEO

หลายคนเข้าใจว่าการทำการตลาดออนไลน์ด้วยSEO มีจุดประสงค์เพื่อทำอันดับการค้นหาในกูเกิ้ลขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดขายสินค้าและบริการในเว็บไซต์ของตนเองได้ ความจริงแล้วประโยชน์และจุดมุ่งหมายของการตลาดออนไลน์ในลักษณะนี้มีดีมากกว่าอันดับในกูเกิ้ลเสียอีก เพราะถือได้ว่าเป็นประตูทางเข้าสำหรับต้อนรับลูกค้าในอนาคต รวมถึงลูกค้าในปัจจุบันที่จะเข้ามาอุดหนุนสินค้าอยู่เรื่อยๆ การทำ SEO แบบมีคุณภาพทำให้เราเลือกลูกค้าได้ โดยใช้คีย์เวิร์ดในการค้นหาเป็นตัวกำหนดกรอบของลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการ ลองนึกถึงคำว่า “สมาร์ทโฟน รุ่นล่าสุด” และ “สมาร์ทโฟน มือสอง” สะท้อนให้เห็นความแตกต่างของสินค้า กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ผลประโยชน์ในด้านราคา ผลกำไรและอื่นๆ ทั้งหมดนี้มีรายละเอียดมาก ทำให้ต้องเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับธุรกิจของเรามาใส่ไว้ในบทความอย่างแนบเนียน

การเลือกบริการรับทำคอนเทนต์ จะต้องเฟ้นหาทีมงานที่เข้าใจทั้งเรื่องงานเขียน งานขายและการทำ SEO มีบริการครบวงจรเพื่อให้คอนเทนต์ที่นำมาใส่ในเว็บไซต์มีคุณภาพ บทความที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าดีที่สุดจะช่วยกระตุ้นความสนใจและความต้องการซื้อของลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น การทำอันดับในกูเกิ้ลไม่ใช่เหตุผลหลักของการทำ SEO สิ่งสำคัญแท้จริงคือการสื่อสารกับลูกค้า เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงและสนองตอบให้ตรงใจที่สุด จะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่ลูกค้าเป้าหมายต้องการ ทั้งสินค้าที่พึงพอใจและบทความน่าอ่าน ให้ประโยชน์ รู้สึกว่าเข้ามาแล้วได้ทั้งสาระและความบันเทิง น่าเข้ามาเยี่ยมบ่อยๆ

ความสำคัญของบทความ

การเขียนบทความเป็นเหมือนการเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างผู้ประกอบการกับลูกค้าโดยตรง บอกว่าเรามีดีอย่างไร ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างไรบ้าง มีความแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร ยิ่งเขียนบทความให้เข้าใจง่าย น่าอ่าน ให้ประโยชน์มากเท่าไร ยิ่งมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้ามากขึ้นเท่านั้น การทำ SEO ด้วยวิธีใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปในเนื้อหาจะต้องมีความชำนาญพอสมควรเพื่อให้คีย์เวิร์ดกลมกลืนไปกับเรื่อง เรียบเรียงดี เขียนแล้วอ่านเข้าใจง่าย ไม่วกวน รู้จักเลือกคีย์เวิร์ดให้เข้าถึงลูกค้าหลายระดับ ตั้งแต่คำเดียว เช่น “ชุดกีฬา” หรือสองคำ เช่น “ชุดกีฬา ว่ายน้ำ” ทำให้เข้าหาลูกค้าได้ตรงเป้าหมายรวดเร็วไม่เสียเวลา

นอกจากจะได้ประโยชน์ในการเข้าถึงลูกค้าแล้ว การจ้างทำบทความแนว SEO ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ธุรกิจด้วย มันสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อให้เกิดความรู้และสร้างประสบการณ์ต่อผู้กลุ่มเป้าหมาย ช่วยให้พวกเขาเกิดความมั่นใจมากขึ้นซึ่งจะเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นลูกค้าในอนาคตได้ไม่ยากนัก การทำ SEO โดยการใส่คีย์เวิร์ดในส่วนการรีวิวสินค้า สร้างความเชื่อมั่นใจได้ว่ามีผู้ทดลองจริงแล้วเห็นว่าสินค้ามีคุณภาพที่ดี สามารถตอบสนองความต้องการและแก้ปัญหาของลูกค้าได้จริง ซึ่งรีวิวมีประโยชน์ในการสื่อสารถึงสินค้ารวมถึงบริการได้ด้วย เช่น ขั้นตอนการจัดส่งที่รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องนำเสนอเฉพาะเรื่องดีด้านเดียว ถือเป็นการแสดงความจริงใจทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น จะส่งผลดีต่อธุรกิจในระยะยาวแน่นอน ซึ่งบริการรับทำบทความช่วยคุณได้อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ลงทุนจ่ายเท่าไรก็ได้ผลตอบแทนคุ้มค่าแน่นอน

การทำ Seo