SEO Guide Rank

น่าสนใจกับคำถามนี้เพราะมีหลายๆคนที่นิยมทำบล็อกแบบส่วนตัว เช่น ไว้โพสรูป , โพสเรื่องราวต่างๆ แบ่งปันความรู้บ้าง สูตรอาหาร หรือ แนะนำสินค้า ซึ่งในยุคแรกๆเห่อทำกันมากและมันน่าสนใจแต่ในช่วงนี้ดูจะเงียบๆ จนมีคนสงสัยและถามว่า มีบล็อกส่วนตัวจะทำ SEO ได้ไหม จะหารายได้จากมันได้หรือเปล่า คำตอบคือได้ เพราะจริงๆแล้ว บล๊อกก็เหมือนเก็บเว็บแต่ฟังก์ชั่นการใช้งานมันต่างกัน มีทั้งฟรีและจดโดเมนเป็นเรื่องเป็นราว สามารถทำ SEO ได้สามารถสร้างรายได้จากการมีบล๊อกได้ และแม้แต่ติด ADS ก็ทำได้เช่นกัน

วิธีการก็ไม่ต่างจากการทำเว็บไซด์ คือเน้นการอัพเดท การใช้ปลั๊กอิน การทำคีย์เวิร์ด แบบเดียวกับทำเว็บหรือใช้บล็อกของ wordpress แต่ผู้ให้บริการ บล็อก หรือ blog จะมีความแตกต่างกันในการจัดการด้านปลั๊กอินและการจัดหน้าต่างๆ และการทำ SEO สำหรับบล็อกเทคนิคก็ไม่ต่างกันเช่น เน้นการโปรโมท , การแชร์ , การทำ back link และอื่นๆ ซึ่งจริงๆแล้วการเริ่มต้นหัดทำเว็บนั้นหลายๆคนเริ่มจากทำบล๊อกฟรี เพื่อเรียนรู้วิธีการทำงาน การใช้ปลั๊กอินต่างๆ ซึ่งหากมือใหม่สนใจก็สามารถหัดจากจุดนี้ได้ และปัจจุบันบล็อกต่างๆมีการพัฒนาไปมากมีบล็อกใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายทั้งการใช้งานผ่าน PC หรือเฉพาะสมาร์ทโฟน ก็มีบริการและสามารถใช้มันเป็นช่องทางต่อยอดในการสร้างรายได้ให้กับเราได้

การทำบล็อก อาจไม่นิยมเท่าการทำเว็บไซต์

แม้ว่าปัจจุบันการทำบล็อกจะไม่นิยมเท่าไหร่แต่มันก็น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานด้านการทำเว็บ เพราะมันใช้ง่ายสามารถเรียนรู้ได้จากการใช้งานบล๊อกว่าปรับแต่งแบบไหน เครื่องมือมีอะไร อัพเดทข้อมูลแบบไหน ทำโปรโมทอย่างไร และผู้ให้บริการบล็อกส่วนใหญ่จะมีชุมชนคนทำบล็อกที่เราสามารถไปติดตามบล็อกเขา หรือให้เขามาติดตามบล็อกเราได้ ซึ่งมีหลายๆภาษา แนะนำเลยว่าใครที่สนใจจะเดินเข้าสู่การทำเว็บไซด์และ SEO ด้วยตัวเองไม่ควรพลาดกับการเริ่มต้นทำบล็อกส่วนตัว และต่อยอดไปแนวทางอื่นๆ

นอกจากนี้บล็อกเหล่านี้ยังมีการอัพเดทเครื่องมือใหม่ๆ เทคนิคใหม่ๆ ด้วยแต่ส่วนมากเป็นภาษาอังกฤษก็ต้องแปลกันสักนิด มีธีมใหม่ๆ ออกมาตลอดและรองรับ SEO ด้วยการอัพเดทธีมและปลั๊กอินก็ไม่อยากขึ้นอยู่กับแต่ละผู้ให้บริการว่าถ้าเป็นบล๊อกฟรีทำได้ประมาณไหน หรือ เสียเงินจะอัพฟีเจอร์อะไรได้บ้าง ถ้าสนใจด้านนี้ก็อย่าพลาดการเรียนรู้และเริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ หัดและทำให้คล่องเพื่อต่อยอดไปในสิ่งที่ยากกว่า ขอบอกเลยว่าไม่มีอะไรเกินความสามารถหากคิดจะเรียนรู้และความรู้ด้านนี้มันไม่มีคำว่าจบสิ้นด้วย

Google

เกมส์การแข่งขันในโลกธุรกิจ Search Engine นั้น ผู้ขายแต่ละรายย่อมต้องการเอาชนะกันเพื่อดึงลูกค้าเข้ามายังเว็บของตัวเองให้ได้มากที่สุด แน่นอนว่ามีการลงทุน มีการทดสอบต่างๆมาเกี่ยวข้องเสมอ เพราะโลกของการเอาชนะ Search Engine นั้นมันไม่ง่าย ต้องทดลองเอาเท่านั้นจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริง ซึ่งเพราะเหตุนี้เอง ทำให้มีวิธีการทำอันดับสอนกันต่อๆมาในรูปแบบที่หลากหลาย บางคนก็เน้นว่าทำเว็บอย่างเดียว ลิงค์เข้าไม่ต้องหา เดี๋ยวมันโตเองตามธรรมชาติ เว็บคุณภาพเดี๋ยวก็มีคนมาสร้างลิ้งเข้ามาให้เอง

เมื่อมีคนเห็นในทิศทางหนึ่ง ย่อมมีคนเห็นต่างเสมอ การทำอันดับเว็บไซต์ในรูปแบบอีกสายคือการเน้นหาลิ้งค์เข้าหลักๆ มากกว่าการมาใส่ใจหน้าเว็บของตัวเอง โดยมีความเชื่อว่า การโยงลิงค์จำนวนมหาศาล เปรียบได้เหมือนการสร้างฐานที่มั่นคง ซึ่ง Search Engine จะมองว่าเว็บที่มีการโยงลิ้งมาเยอะนั้นคือเว็บที่ดีในสายตาผู้ใช้ ต่างคนต่างมุมมองความคิด แต่ขอเตือนไว้ ณ ตรงนี้ว่าวิธีการโยงลิ้งเข้ามหาศาลอาจไม่ดีนักถ้าทดสอบด้วยการใช้เว็บทำเงินหลัก

SEO ปรับเปลี่ยนไปมาอยู่เสมอ

หากเราทดสอบว่าการส่งลิ้งเข้าเว็บจำนวนมหาศาลเป็นแนวทางที่ดี และทดลองแล้วได้ผล แนะนำว่าช่วงที่ลองแล้วได้ผลควรจะหาเว็บใหม่สร้างขึ้นมาทำวิธีนี้แทนการใช้เว็บหลักของบริษัท เพราะเมื่อวันนึง อัลกอริทึ่มเปลี่ยนแปลงไป ลดความสำคัญของลิงค์ลงอย่างมาก เว็บที่จะถูกผลกระทบหนักคือเว็บที่เราส่งลิงค์ หากใส่ลิงค์เข้าเว็บบริษัทโดยตรง ก็ต้องมานั่งแก้กันลำบากแน่นอน สู้ทดสอบวิธีที่สุ่มเสี่ยงที่เราเรียกว่า “สายปั่น” ใส่เข้าเว็บทดลองยังดีกว่า หากหวังผลระยะยาว ควรเลี่ยงอะไรที่ทำแล้วแก้ไขลำบาก สายปั่นคือการทำ SEO แบบหวังผลระยะสั้นและการใส่ลิ้งค์เข้าเว็บเยอะก็เป็น 1 ในวิธีสายปั่น ถ้าไม่อยากเสียชื่อโดเมนบริษัทไป หรือไม่อยากแก้อะไรที่ปวดหัวเยอะ ทำลิ้งเข้าเยอะๆใส่เว็บทดสอบดีกว่า อย่าเล่นเว็บหลักเลย

SEO ปี 2018

วันนี้เรามีคำแนะนำจากกูรู SEO ต่างประเทศมาบอกเล่าการทำ SEO ในปี 2018 นับวันก็ใกล้จะข้ามปีแล้ว ซึ่งมีแนวทางที่น่าสนใจและเขาอธิบายไว้แบบคร่าวๆ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับคนทำ SEO ที่จะนำไปต่อยอดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในแบบที่เราต้องการ โดยคร่าวๆ แล้วแนวทางการทำ SEO ในปีหน้าจะเน้นการทำเว็บไซด์ให้เข้ากับการใช้สมาร์ทโฟนและแทปเลตเป็นหลักก่อน เพราะถือเป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้งานมากที่สุดในยุคนี้ และแน่นอนว่ามันมีผลกับการค้นหาซึ่งหากแยกตามอุปกรณ์และระบบแล้ว สมาร์ทโฟนและแทปเลตถือเป็นอันดับต้นๆเลยทีเดียว และหลักการคร่าวๆในการทำ SEO 2018 มีจุดที่น่าสนใจตามข้อมูลด้านล่าง

การทำ Backlink Building ถือเป็นส่วนสำคัญในทุกๆยุคจริงเพราะหากมี Backlink คุณภาพก็จะสามารถทำให้อันดับ SEO ขึ้นได้ตามที่ต้องการและต้องเลือกการเชื่อมโยงที่มีคุณภาพ เลือกเว็บไซด์ที่จะวางที่เหมาะสม จะช่วยให้การทำ SEO ดีขึ้นและประสบความสำเร็จ

ปรับหน้าเว็บให้เป็น Fast Loading สำหรับสมาร์ทโฟน เป็นอีกส่วนที่ต้องให้ความสำคัญการให้การแสดงผลที่รวดเร็วและรองรับมือถือจะช่วยให้ค้นหาข้อมูลได้ไวและสามารถเข้าถึงเว็บไซด์ได้ง่าย และมันเป็นปัจจัยที่จะช่วยดันอันดับ SEO ด้วย

รองรับการให้บริการ Leverage Voice การค้นหาด้วยเสียงเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ดังนั้นการปรับเว็บไซด์ให้รองรับการใช้งานฟังก์ชั่นนี้มีส่วนอย่างมากและหากคำพูดมันตรงกับคีย์เวิร์ดของเราแน่นอนว่าเราก็จะได้รับการแสดงผลจากการค้นหาซึ่มันช่วยในด้าน SEO โดยตรงซึ่งการค้นหาด้วยเสียงนั้นต่างประเทศนิยมใช้งานฟีเจอร์นี้มากเพราะมันสะดวกในหลายๆด้านและสามารถค้นหาได้รวดเร็ว

ปรับปรุงเว็บไซด์ให้เข้ากับสมาร์ทโฟน การทำเว็บไซด์ให้รองรับการใช้บนสมาร์ทโฟนและพัฒนาไปเรื่อยๆถือว่าสำคัญที่จะขาดไม่ได้ และควรสนองตอบการใช้งานจากมือถือได้รวดเร็วทันใจด้วย ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาในเว็บ การปรับขนาดตัวอักษร การสร้างปุ่มต่างๆ เมื่อใช้งานหน้าเว็บบนมือถือแล้วใช้งานได้ลื่นไหลและค้นหาได้รวดเร็ว ก็จะช่วยเสริมด้าน SEO ได้ดีขึ้นได้

คอนเทนต์คุณภาพ ปัจจัยหลักในการทำเว็บไซด์และ SEO แม้ว่าในบ้านเราการทำคอนเทนต์ราคาไม่สูงมากนักแต่ส่วนมากก็จะทำแบบมักง่ายจ้างทำจริงแต่เอามาสปินเองต่อทำให้คนที่ทำแบบนี้อันดับ SEO ไม่ค่อยดีนักและคนเขียนงานคุณภาพก็โดนกดราคา แม้ว่าเรทค่าคอนเทนต์จะดูต่ำไปสักนิดในตอนนี้แต่หากอยากได้งานคุณภาพ ได้คอนเทนต์ดีๆ สดๆใหม่ๆ การจ้างในราคาสูงกว่าเรทก็น่าจะเหมาะสมและที่สำคัญไม่ควรสปินบทความนำมาลงเว็บเพราะมันอ่านไม่รู้เรื่องและไม่สามารถทำให้อันดับดีขึ้นได้ ค่าจ้างทำ SEO นั้นก็สูงการลงทุนจ้างทำคอนเทนต์ดีๆ ราคาเพิ่มจากเดิมอีกนิดน่าจะทำให้เว็บไซด์เป็นเว็บคุณภาพ มีบทความน่าอ่านและช่วยดันอันดับ SEO ได้ดีกว่า

ความรู้ SEO

ปัจจุบันธุรกิจในรูปแบบออนไลน์ มีบทบาทต่อการใช้ชีวิตในสังคมค่อนข้างมาก ผลประกอบการธุรกิจออนไลน์ มีแนวโน้มเติบโตขึ้นมากกว่า 50% จากปีก่อนๆ นั่นก็เพราะว่า สังคม การใช้ชีวิต ของผู้คนมีความเปลี่ยนไป ผู้คนต้องการความสะดวกสบาย ความรวดเร็วมากขึ้น ธุรกิจขายสินค้าออนไลน์จึงเป็นทางเลือกอันดับ 1 ของกลุ่มคนเหล่านี้ เจ้าของธุรกิจออนไลน์ต่างงัดไม้เด็ดทางการตลาด เพื่อทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตามที่ต้องการ ซึ่งการใช้ ความรู้ SEO ถือว่าเป็นตัวช่วยอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ ที่เจ้าของธุรกิจออนไลน์ต้องทำความเข้าใจ และนำมาใช้เป็นตัวช่วยในการโปรโมทธุรกิจของคุณๆ นั่นเอง

ความรู้ SEO จะช่วยให้ผู้คนเข้าถึงเว็บไซต์ facebook instragram และช่องทางการค้าขายของออนไลน์ได้เพิ่มมากขึ้น ทั้งการขายสินค้าเป็นชิ้นโดยตรง หรือการทำเว็บไซต์ไว้ให้ผู้อื่นโฆษณา อย่างเว็บตัวอย่างหนัง เว็บรีวิวสินค้า หรือกลุ่มกีฬา บาส เทนนิส โปรแกรมบอลคืนนี้ และกลุ่มเว็บสื่อโฆษณาอื่นๆ SEO จะทำให้ธุรกิจของคุณมีลูกค้ามากขึ้น และขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยการใช้ความรู้ SEO มาช่วยในงานธุรกิจออนไลน์นั้นก็ทำได้ไม่ยาก และมีหลายช่องทางในการทำดังนี้

เอสอีโอ

  1. หากคุณพอมีพื้นฐานความรู้ SEO อยู่แล้ว ก็สามารถทำได้เองได้เลยด้วยการ ทำ content ของสินค้าออนไลน์ของคุณให้น่าสนใจ สร้างคีย์เวิร์ดที่ผู้คนเข้าถึงเป็นจำนวนมาก และสร้างช่องทางการเข้าถึงของเว็บไซต์ของคุณหลายๆ ทาง เช่นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ก็คือ facebook, instagram, shopee, lnwshop รวมไปถึงเว็บที่เอาไว้ฝากขายสินค้าอย่าง kaideeก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว
  2. หากคุณไม่มีความรู้ SEO เลย ก็สามารถใช้ตัวช่วยในการจ้างตัวแทนทำการตลาดแทน ซึ่งปัจจุบันก็จะมีบริษัทน้อยใหญ่เติบโตขึ้นมามากมาย อาศัยความรู้ SEOสร้างงานให้กับตนเองและเป็นตัวเลือกของเจ้าของประกอบการณ์ออนไลน์ทั้งหลายด้วย ซึ่งคุณต้องเลือกตัวแทนทำ SEOที่ดี มีความรู้อย่างแท้จริง และสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาต่อยอดธุรกิจของคุณให้เจริญเติบโตขึ้นได้
  3. ศึกษาและทำไปพร้อมๆ กัน ความรู้ SEO มีมากมายใน internet คุณสามารถเรียนรู้ได้ง่ายๆ และนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับธุรกิจของคุณ ปรึกษาคนที่เคยทำมาก่อน แล้วลองทำไปเรื่อยๆ วิธีนี้อาจใช้เวลากว่าจะเห็นผล แต่คุณก็จะมีความรู้ SEO เพื่อต่อยอดให้กับธุรกิจออนไลน์ของคุณได้หลากหลายขึ้นนั่นเอง

จริงๆ แล้ว ความรู้ SEO ไม่ใช่มีประโยชน์แค่กับธุรกิจออนไลน์เท่านั้น การโปรโมท โฆษณา ให้กับธุรกิจทั่วไปที่มีอยู่แล้ว ก็ถือว่าเป็นการนำความรู้มาใช้อย่างถูกต้อง ในยุคนี้ สังคมออนไลน์ก้าวไปไกลมากแล้ว หากเรายังอยู่กับที่ ก็มีแต่รอวันล้มเหลวเท่านั้น สิ่งไหนที่พัฒนาแล้ว นำธุรกิจของคุณให้อยู่ได้ ก็ควรศึกษาเรียนรู้ไว้ดีที่สุด เช่น SEO ที่เป็นความรู้สำหรับสังคมยุคดิจิตอล ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งได้เปรียบ ยิ่งไปได้ไกลกว่าแน่นอน

วิเคราะห์ SEO

ถึงแม้ว่าเครื่องมือที่มีโปรแกรมเมอร์ได้ผลิตออกมาให้กับเหล่านักทำ SEO ได้หยิบมาลองใช้และเช่าบริการกันดู บางโปรแกรมก็จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ในอีกหลายโปรแกรมที่เราพบเจอกัน มันไม่ได้ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริงนัก แถมยังพาเราเสียเวลาแก้ปัญหากับเจ้าเครื่องมือโปรแกรมเหล่านั้นอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น GSA SER ตัวนี้จะเป็นเครื่องมือสำหรับการทำ Automatic Links เราสามารถสร้างแบคลิ้งค์มหาศาลได้จากเจ้าเครื่องมือตัวนี้

แต่ว่าผลของการทำ SEO นั้นมันไม่ได้วัดผลจากปริมาณลิงค์ว่าแบบไหนมีเยอะกว่าจะได้อันดับดีกว่า แต่มันวัดผลเกี่ยวกับคุณภาพของลิ้งค์และความสัมพันธุ์จากเว็บต้นทางมายังเว็บปลายทางมากกว่า ทำให้คนที่เช่า GSA นั้น นอกจากจะต้องแบกรับค่าเช่าวีพีเอสรายเดือน หรือใครที่ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวในการเปิดรันโปรแกรมก็จะต้องเสียค่าไฟไปทุกวัน เพราะมันควรจะทำงาน 24 ชั่วโมงถึงจะคุ้มค่า ผลสุดท้าย นอกจากจะไม่ได้รับผลลัพธ์เท่าที่ควรจะเป็น แล้วยังจะต้องมานั่งเสียเวลาแก้เว็บอีกด้วย บางครั้งแก้ลำบากเกินไปเพราะมีลิงค์ขยะเข้าเยอะจนในที่สุดต้องถอดใจไปจนได้ ไม่สามารถที่จะยื้อต่อไปได้อีกแล้วสำหรับเว็บที่โดนยิงสแปมนึงเป็น 10,000 ลิ้ง

ค้นหาวิธีทำอันดับให้เว็บไซต์

เรียนรู้จากแนวคิดในจุดเริ่มต้น

หากเรากลับมาจุดเดิมของการทำเอสซีโอตั้งแต่เริ่มต้นและทำความเข้าใจใหม่ครั้ง จะพบว่าแท้จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องหาเรื่องเสียเงินในแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นจำนวนมากกับพวกเครื่องมือเหล่านี้เลย ยอมออกแรงลงแรงตัวเองนิดหน่อย ทำความเข้าใจ เขียนบทความให้มันเหมาะสม และรู้จักสร้างลิ้งค์ในแบบที่มีคุณภาพ เพียงแค่นี้ก็จะสามารถปั้นให้เว็บไซต์ของเราเติบโตขึ้นได้ในระยะยาวอย่างมั่นคงแล้ว จะคีย์สายขาวหรือสายดำอย่างพวกคาสิโนทั้งหลายก็ทำได้หมด

ในกรณีที่มีผู้อื่นมายิงเว็บของเรา ตรงนี้ก็ต้องรู้จักวิธีการแก้ไขในการถอดลิ้งขยะออก เพื่อไม่ให้เว็บคุณภาพที่เราพยามตั้งต้นมาต้องเสียเปล่าด้วยมือปืนที่คิดจะแซงอันดับเราได้ใช้วิธีโจมตีเว็บไซต์แทนการปั้นเว็บตัวเอง เมื่อเราฝึกด้วยตัวเอง พยายามไม่หาเรื่องเสียตังค์กับเครื่องมือเหล่านี้ ก็จะพบว่าต่อให้เป็นคีย์พนันสิดโหดอย่าง 928BET ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากในการทำอันดับอย่างแน่นอน จำไว้ว่าเรารู้สึกว่ายาก คนอื่นที่ไม่เข้าใจ SEO ก็คิดว่ามะนยากเช่นเดียวกัน เราจะรู้สึกว่าง่ายก็ต่อเมื่อเราเริ่มเข้าใจมันจากประสบการณ์ที่เราทดลองด้วยตัวเอง และมันคือคำตอบเดียวที่จะทำให้เราเก่ง SEO โดยไม่ต้องพึ่ง Tools พิศดารใดๆ

Tools SEO จำเป็นไหม

ถึงแม้เครื่องมือที่จะช่วยในการวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่ง จะช่วยให้การทำ SEO ทำได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Tools ที่ช่วยในการหาแบคลิงค์หรือที่ช่วยในการวิเคราะห์ OnPage และ OffPage ก็ตาม ประเด็นก็คือเราจำเป็นที่จะต้องเข้าใจหลักการกลไกต่างๆเกี่ยวกับ SEO ให้ดีเสียก่อนที่จะเสียเงินเช่าเครื่องมือเหล่านี้มา เพราะต่อให้เรามีเครื่องมือดีแต่หากขาดความเข้าใจอย่างแท้จริง เงินที่เสียไปและกับค่าบริการรายเดือนต่างๆหรือค่าใช้จ่ายแบบครั้งเดียวในบางโปรแกรมมันก็จะต้องสูญเปล่าอย่างแน่นอน

ก่อนจะซื้อเราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้วิธีการทำพื้นฐานให้ได้ อย่าไปคิดว่าการทำอันดับใน Google จำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือให้ครบครัน ยิ่งใครมีเยอะยิ่งได้เปรียบ ซึ่งแท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป คนที่เขามีความสามารถในการทำอันดับเว็บไซต์หลายคนไม่มีเครื่องมือเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ ใช้เพียงประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆก็สามารถทำอันดับได้และนั่นคือข้อได้เปรียบของเขา คือต้นทุนที่ต่ำกว่า บางคนไม่มีการลงทุนเน็ตเวิร์คส่วนตัวมาเลยด้วยซ้ำ แบคลิ้งค์ที่ใช้ก็มีแต่ของฟรี ซึ่งวิธีเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ทดสอบด้วยตัวเอง จึงจะสามารถรู้ได้ว่าส่วนไหนที่เราสามารถตัดไปได้เพื่อลดต้นทุนในการทำงาน ยิ่งต้นทุนต่ำมากเท่าไหร่ ผลกำไรที่จะได้ก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น มันจะทำให้การทำอันดับเว็บ SEO ไม่เครียด ไม่กดดัน

บางครั้งเรารับงานลูกค้ามาใน Keywords ที่มีการแข่งขันสูง อาจต้องใช้เครื่องมือหลายชนิด หากเรามีประสบการณ์ส่วนตัวก็จะลดต้นทุนเหล่านั้นไปได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องเอาเงินส่วนตัวไปลงความเสี่ยงเองจำนวนมากๆก่อน แต่หากลูกค้าเลือกที่จะจ่ายเงินก่อนทำงานก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพียงแค่ว่าส่วนใหญ่จะแบ่งจ่ายทำให้นัก SEO หลายคนจะต้องมีการสำรองเงิน เพื่อใช้เกี่ยวกับการทำมันดับไว้ด้วยในเบื้องต้น สำหรับ SEO Tools ต่างๆนั้น เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้อำนวยความสะดวก แต่ไม่ใช่ว่าเรามีครบแล้วจะทำอันดับเว็บได้ดีเสมอไป ต้องเข้าใจข้อนี้ไว้ด้วย

UpdraftPlus

นอกจากใช้ Tools ของเว็บไซต์ต่างๆที่ได้รับความนิยมของนักทำเว็บไซต์ ยังมีอีกส่วนหนึ่งนั้นก็คือปลั๊กอินของ WordPress ซึ่งมันเป็น CMS ยอดนิยมของโลกที่มีผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 1,000,000 เว็บไซต์ ปัจจุบันมีปลั๊กอินเกิดขึ้นจำนวนมากหลาย 10,000 ปลั๊กอินเลยก็ว่าได้ของ WordPress มาดูกันว่า Plugin ตัวไหนจะน่าสนใจบ้าง ในบทความนี้จะขอยกตัวอย่างปลั๊กอินที่ทำหน้าที่สำรองข้อมูลเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดายนั่นก็คือปลั๊กอิน “Updraftplus”

Updraftplus Backup ง่ายๆเพียงคลิ๊กเดียว

ปกติแล้วในการ backup เว็บไซต์จำเป็นที่จะต้องสำรองในส่วนของไฟล์ข้อมูลเว็บไซต์ หากว่าเป็นเวิร์ดเพลสก็จะมีหลายโฟลเดอร์ด้วยกันที่อยู่ในไดเรกทอรี่เว็บไซต์ของเรา และยังมีอีกส่วนหนึ่งที่จะต้องแบกรับนั่นก็คือไฟล์ดาต้าเบส ทีนี้ หากว่าเป็นนักทำเว็บที่เข้าใจเรื่องของโปรแกรมเมอร์อยู่บ้างก็จะสามารถทำได้ไม่ยากนัก ส่วนมือใหม่ที่ใช้เป็นแต่ CMS WordPress ไม่มีความสามารถเรื่องของการสำรองข้อมูลที่ถูกต้อง การจะให้สำรองข้อมูลด้วยตัวเองอาจจะลำบากสักหน่อยดีไม่ดีสำรองข้อมูลไม่เป็นเวลากูฝ่ายกลับคืนมาไม่สามารถประกอบเป็นเว็บไซต์ได้อย่างถูกต้องสุดท้ายกว่าจะต้องนั่งทำแบบใหม่

ทางเลือกที่ดีกว่าคือการใช้ปลั๊กอินตัวนี้ Updraftplus มันมีหน้าที่เป็นตัวจัดการแบคอัพไฟล์สำคัญของ WordPress ภายในเว็บไซต์ของเรา รวมไปถึงไฟล์ดาต้าเบสที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของเราอีกด้วย เรียกได้ว่าคลิกเดียวมีการแบคอัพให้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลหรือตัวคอนเทนท์ภายในเว็บไซต์ หากว่าลูกค้าต้องการจะย้าย host หรือต้องการเปลี่ยนชื่อโดเมนต่างๆ ย้ายข้อมูลจาก โดเมนเอไปยังโดเมนบีก็สามารถทำได้ง่าย ทำได้ด้วยการใช้ Updraftplus ตัวนี้ วิธีการใช้งานก็ไม่ยุ่งยากนัก เมื่อติดตั้งแล้วกดสำรองข้อมูลมันจะมีการแบคอัพแยกเป็นไฟล์ของ Theme ปลั๊กอิน คอนเทนท์ และรูปภาพ ให้เราสามารถจัดสรรได้อย่างไม่งง ใครที่ต้องการแบคอัพเฉพาะคอนเทนท์ก็สามารถอิมพอร์ตเข้าไปเฉพาะโฟลเดอร์คอนเทนท์ก็ได้ แบบนี้เพิ่มความหลากหลายและสะดวกให้กับผู้ใช้งาน

ให้เรื่องสำรองข้อมูลเป็นหน้าที่ Updraftplus

ด้วยจุดที่สามารถใช้งานได้ง่ายและแบบไม่เคยมีข้อเสีย ไม่เคยมีผลเสียอะไรหากเราทำตามกระบวนการที่ถูกต้อง มันจึงกลายเป็นปลั๊กอินยอดนิยม มียอดติดตั้งมากกว่า 1,000,000 เว็บไซต์ในปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อย มีทั้งการใช้เวอร์ชั่นฟรีและเสียเงิน สำหรับเวอร์ชั่นเสียเงิน ก็แล้วแต่ว่าเราต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลไปเท่าไหร่ จุดเด่นของปลั๊กอิน Updraftplus คือสามารถสำรองข้อมูลโดยซิงค์ผ่านกับพวกเว็บเก็บข้อมูลบนเซิฟเวอร์ได้ อาทิ Drive ของ Microsoft หรือ Google Drive ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเสียเวลาโหลดไฟล์มาเก็บไว้ที่เครื่องเป็นประจำ การซิงค์ข้อมูลก็อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หากเราต้องการการรับส่งข้อมูลที่มีคุณภาพผ่าน API หากใครที่ยังไม่สามารถสำรองไฟล์ข้อมูลเว็บไซต์เองเป็น ลองใช้ตัวนี้ติดตั้งแล้วคลิกสำรองข้อมูลแทน รับรองว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างดีแน่นอน

ดูข้อมูลปลั๊กอินได้จาก https://tah.wordpress.org/plugins/updraftplus/

SeoQuake

นานแล้วพักใหญ่ที่ไม่ได้อัพเดท SEO Tools ให้เพื่อนๆ วันนี้ขอกลับมาอัพเดทอีกครั้งตามเดิม จากที่เคยพูดถึงเจ้าเครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งในเรื่องของ Off Page ระดับเทพอย่าง Ahrefs ถึงมันจะเทพแต่ปัญหาตอนนี้คือไม่มีให้ทดลองใช้แล้วจ้า… ต้องเสียเงินเช่ารายเดือนอย่างเดียว แถมราคาก็แสนจะแพงหูฉีก ถ้าไม่ได้ทำ SEO หลายๆเว็บรับรองว่าคงไม่เวิร์คแน่หากจะซื้อเครื่องมือตัวนี้มาใช้งาน คำถามคือ “แล้วมันพอจะมีเครื่องมือใช้ทดแทนกันได้อยู่ไหม” คำตอบคือ “มี” นั่นคือเจ้า SEO Tools ที่ชื่อว่า SeoQuake นั่นเอง เป็นของฟรีที่สามารถใช้วิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งภาพรวมได้ดีอยู่ไม่น้อย ถึงการแกะ Backlinks จะไม่ละเอียดเท่าเครื่องมือ Ahrefs ก็ตาม (ก็นี่มันของฟรีนี่นะ) อย่างน้อยมันก็ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของเว็บไซต์คู่แข่งแบบหน้าจอเดียวเบ็ดเสร็จได้ดีอยู่เหมือนกัน รวมไปถึงใช้ในการวิเคราะห์ว่าคีย์เวิร์คไหนควรทำ คีย์เวิร์ดไหนควรถอย แบบนี้อีกด้วย

มองความแข็งอ่อนของ Keywords ได้ง่ายๆ ด้วย SeoQuake

SeoQuake จุดเด่นมันคือหน้าจอเดียวเบ็ดเสร็จ ปกติแล้วการจะวิเคราะห์คู่แข่งในแต่ละคีย์เวิร์ด เรามักจะต้องเข้าไปแกะรอยทั้ง On Page และ Off Page ของแต่ละเว็บอย่างละเอียด คลิกเข้าทีละเว็บ วิเคราะห์ทีละเว็บ กว่าจะวิเคราะห์เสร็จสักคีย์นึงก็ล่อเป็นชั่วโมงแล้ว เจ้าตัว SeoQuake มันมีหน้าที่แสดงความแข็งแกร่งในภาพรวมของแต่ละเว็บไซต์ในเราดูได้แบบง่ายๆ โดยหลังจากติดตั้งเจ้าเครื่องมือนี้ไว้กับบราวเซอร์ที่ต้องการเรียบร้อย มันจะปรากฎแถบเครื่องมือไว้ในแต่ละเว็บ เข้าเว็บไซต์ไหนมันก็จะมีแถบเครื่องมือโชว์ค่าสกอร์ต่างๆที่อาจส่งผลต่อ SEO ให้เราได้เห็นกัน ถ้าเข้าเว็บทั่วไป ก็มักจะแสดงแค่แท็ปหลักเพียงแท็ปเดียว แต่ถ้าเข้าเว็บ Search Engine แล้วทำการค้นหา มันจะโชว์แท็ปของแต่ละเว็บให้ดู

FIFA55

ยกตัวอย่างในรูปข้างต้น เป็นการวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของการทำ SEO ในคีย์เวิร์ด “FIFA55” เป็นกลุ่มเว็บแทงบอลออนไลน์ในเครือของ FIFA55.COM ที่กำลังมาแรงอยู่ตอนนี้ ในกรอบแดงที่ครอบไว้คือแท็ปเครื่องมือ SeoQuake สังเกตุว่ามันจะมีค่าสกอร์ต่างๆรวมไปมากมาย ซึ่งแต่ละค่าถือเป็นสกอร์ที่นักทำ SEO ส่วนใหญ่คิดว่ามีความสำคัญในการทำ SEO อย่างค่า “L” คือค่าจำนวน Backlinks ที่ยิงเข้ามาได้ในหน้าที่ติดอันดับ และ “LD” คือค่าจำนวน Backlinks ที่ยิงเข้ามาในโดเมนหลักของเว็บที่ติดอันดับ ซึ่งสองค่านี้ยิ่งเยอะ เว็บไซต์ก็มีจะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และยังมีอีกหลายค่าที่เราจะเลือกให้มันแสดงผลข้อมูลแสรุป เราสามารถเลือกโชว์หรือซ่อนค่าบางอย่างได้โดยตั้งค่าจากในส่วน Parameters ของเครื่องมือ SeoQuake

ค่าที่เห็นไม่ใช่ค่าของทาง Google

โปรดจำไว้ว่า ค่าสกอร์ของแต่ละอย่างบนเครื่องมือ SeoQuake ไม่ใช่ค่าที่ Google เป็นคนคิดขึ้นทั้งหมด อย่าเจ้า L และ LD มันก็เป็นการคำนวนจากเว็บ Semrush เท่านั้น บอทเว็บนี้เก็บข้อมูลมาได้เท่าไหร่ มันก็เอามาแสดงผลแบบนั้นนั่นเอง จึงไม่สามารถฟันธงได้ว่าค่าคะแนนต่างๆที่เกิดขึ้น มันจะส่งผลได้ด้าน SEO มากน้อยแค่ไหน แต่ถึงจะไม่ใช่ข้อมูลที่ Google เป็นตัวคำนวนขึ้น แต่อย่างน้อยก็พอจะทำให้เรามองเห็นภาพรวมว่าเว็บไซต์คู่แข่งได้ผ่านการทำอะไรมาบ้าง คะโดยรวมดีหรือแย่มากแค่ไหน แถมดูง่ายไม่ต้องเสียเวลามานั่งวิเคราะห์ทีละเว๋บด้วย ส่วนเว็บไหนมีสกอร์เยอะผิดปกติ เราค่อยเอามานั่งวิเคราะห์เชิงลึกกันอีกทีก็ยังทำได้

SeoQuake Firefox
>> https://chrome.google.com/webstore/detail/seoquake/akdgnmcogleenhbclghghlkkdndkjdjc

SeoQuake Chrome
>> https://addons.mozilla.org/En-us/firefox/addon/seoquake-seo-extension/

Majestic SEO Tool

นอกจากเว็บไซต์เจ้าพ่อการแกะรอยคู่แข่งอย่าง Ahrefs.com ที่เราได้พูดไปก่อนหน้านี้ ยังมีอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันในเรื่องของการวิเคราะห์ SEO Off Page คู่แข่ง นั่นคือเว็บ Majestic.com จุดเด่นของเว็บ Majestic ที่เว็บวิเคราะห์คู่แข่งแห่งอื่นไม่มี คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของค่าคะแนนหมวดหมู่ โดยคะแนนหมวดหมู่นี้ จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเว็บไซต์ที่เรากำลังทำการวิเคราะห์อยู่ มีความเกี่ยวข้องกับหมวดหมู่ใดมากที่สุด ข้อมูลที่โชว์จะเป็นคะแนนตัวเลขซึ่งง่ายต่อการวิเคราะห์ สำหรับคะแนนในแต่ละหมวดหมู่ที่ได้ จะถูกคำนวนมาจากแหล่งที่มาของ Backlinks เป็นหลัก ว่า Backlinks ของเว็บไซต์ที่เรากำลังวิเคราะห์มีแหล่งมาจากเว็บกลุ่มใดบ้างเป็นหลัก เช่น หากเว็บไซต์ที่เรากำลังวิเคราะห์ ได้รับลิงค์ย้อนกลับจากเว็บเกี่ยวกับธุรกิจจำนวนมาก ค่าคะแนนหมวดหมู่ที่ Majestic จะโชว์ออกมาให้เราเห็นก็จะมีคะแนนหมวดหมู่เกี่ยวกับธุรกิจเยอะกว่าหมวดอื่นนั่นเอง ทั้งนี้ คะแนนหมวดหมู่ยังคำนวนมาจากปัจจัยอื่นๆด้วยที่เราไม่ทราบ ทางเว็บไซต์ Majestic.com จะเป็นผู้จัดการตัวแปรที่ใช้ในการคำนวนคะแนนหมวดหมู่เองทั้งหมด

สำหรับข้อมูลอื่นๆที่สำคัญในการวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งผ่าน Majestic.com ก็จะมีคล้ายคลึงกับเว็บไซต์ Ahrefs.com ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปริมาณ Backlinks ที่มีการเชื่อมโยงเข้ามายังเว็บที่เรากำลังวิเคราะห์ หรือจะเป็นการดูว่ามีการสร้าง Text Links ในคีย์เวิร์ดใดไว้บ้าง อย่างเช่น ผลบอล แทงบอล หวย ปัญหาหลั่งเร็ว หนังโป๊ หรือคีย์เวิร์ดอื่นๆ จะแสดงให้เราเห็นเกือบทั้งหมดโดยปริมาณการสร้างลิงค์ผ่านคีย์เวิร์ดแต่ละคำ จะแบ่งเป็นสัดส่วนให้เราดูได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ เว็บ Majestic ยังมีค่าคะแนน 2 อย่างที่สำคัญมากและนักทำ SEO มักใช้เป็นตัววิเคราะห์ว่าเว็บไซต์นั้นมีความแข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน นั่นคือค่า Trust Flow และ Citation Flow โดย 2 ค่านี้จะมีคะแนนเต็มร้อย ยิ่งเว็บไซต์ไหนมีคะแนน Trust Flow และ Citation Flow มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นตัวสะท้อนว่าเว็บไซต์เหล่านั้นมีความแข็งแกร่งอย่างมาก นักทำ SEO ที่มีการสร้าง Private Blog Network ของตัวเอง มักจะค้นหาโดเมนที่มีค่า Trust Flow และ Citation Flow สูงๆมาสร้าง เพราะมันเป็นตัวบ่งบอกคุณภาพของโดเมนได้ดีระดับนึงเลยทีเดียว

Majestic ทางเลือกเสริมของคนที่ไม่อยากเสียเงินเช่า Ahrefs

ณ วันที่เขียนบทความนี้ การจะใช้ Ahrefs ในเวลานี้จะค่อนข้างลำบากหน่อย คือเราจำเป็นต้อง Login ผ่าน Facebook หรือ Google Accout เพื่อใช้งาน แต่เท่าที่ผู้เขียนลองใช้ Google Account บัญชีใหม่เชื่อมโยง บางครั้งมันจะไม่สามารถเชื่อมโยงได้ แต่บัญชีที่เคยเชื่อมโยงไว้นานแล้วยังคงใช้ได้ปกติ หรือต่อให้เชื่อมต่อผ่าน Facebook เดี๋ยวนี้เราจะไม่สามารถดูข้อมูลเชิงลึกได้อย่างละเอียดเหมือนเมื่อก่อน ทำให้ผู้ใช้หน้าใหม่อาจจำเป็นต้องเสียเงินใน $7 เพื่อทดลองใช้ 7 วัน หากชอบใจก็ค่อยเช่าต่อยาวๆ หากไม่ถูกใจก็ต้องทำการยกเลิกก่อนที่ระบบมันจะตัดเงินในวันที่ 8 แต่ถ้าเป็น Majestic มันไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิกให้ยุ่งยาก สามารถใช้ฟรีได้ตามจำนวนครั้งที่ลิมิตต่อวัน หากใครไม่อยากเสียเงินเช่าเครื่องมือวิเคราะห์คู่แข่งเหล่านี้ อาจด้วยเหตุผลไม่ได้ใช้งานเยอะ นานๆใช้ที แวะมาใช้ของฟรีที่ Majestic.com ก็ได้ ส่วนถ้าใช้เยอะจะเสียเงินเช่าทั้ง Majestic และ Ahrefs ก็แล้วแต่เราจะสะดวก

Ahrefs

ถึงแม้พวกเครื่องมือช่วยเรื่องการทำ SEO จะมีอยู่จำนวนมาก แต่ตัวที่ชูโรงและดังจนเป็นที่นิยมของผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็คงจะมีอยู่ไม่กี่ตัว ถ้าเราเป็นพวกนักลองเครื่องมือใหม่ๆอยู่ตลอด บางทีเจอเครื่องมือห่วยเยอะๆก็อาจพาเงินหมดกระเป๋าได้ ถ้าเจอตัวที่ถูกใจแล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปเสาะแสวงหาอะไรใหม่ๆจนเกินกำลัง นอกจากเครื่องมือใหม่อันนั้นมีฟังก์ชั่นการใช้งานส่วนที่เรายังขาด ถ้าเป็นแบบนั้นจะซื้อมาทดลองดูก็ได้ จะจ่ายอะไรก็ต้องคิดสักหน่อยเพราะเครื่องมือแต่ละตัวก็ราคาไม่ได้น้อยเลย แถมยังมีโปรแกรมเมอร์สร้างเครื่องมือขึ้นมาใหม่อยู่ตลอดอีกด้วย

Ahrefs เครื่องมือส่องเว็บคู่แข่งที่เยี่ยมที่สุดในตอนนี้

สำหรับเครื่องมือการวิเคราะห์เว็บไซต์ของคู่แข่งเรา ปัจจุบันมีอยู่ไม่กี่ตัวที่ได้รับความนิยมมาก 1 ในนั้นที่ต้องพูดถึงก็คือเจ้า Ahrefs.com เป็นเว็บที่เปิดให้บริการวิเคราะห์คู่แข่งในเชิงสถิติได้อย่างเจาะลึก เน้นไปในเรื่องของ Off Page ซะส่วนใหญ่ เคยสงสัยไหม เว็บที่ติดอันดับหน้าแรกของผลการค้นหาเขามีการทำ Backlinks จากแหล่งใดบ้าง แล้วทำเยอะหรือน้อยในแต่ละวัน มีการส่งลิงค์เข้าไปหน้าไหนของเว็บบ้าง มีการแชร์ใน Social Network ด้วยหรือไม่ ข้อมูลสำคัญเหล่านี้เราสามารถดูได้จาก Ahrefs.com ทั้งหมดเลย เพียงแค่พิมพ์ชื่อเว็บคู่แข่งของเราที่ต้องการจะส่องดู ข้อมูลก็จะโชว์ออกมาในรูปแบบสถิติให้เห็น เรียกได้ว่า เหมือนเข้าประตูหลังบ้านของคู่แข่งเลยก็ว่าได้ เขาทำอะไรเรารู้เกือบทั้งหมด จุดเด่นของเครื่องมือนี้คือเราสามารถรู้ได้ว่าเว็บไซต์คู่แข่งมีการเน้นคีย์เวิร์ดไหนเป็นหลักบ้าง โดยเว็บไซต์ Ahrefs จะมีข้อมูลบอกว่าเว็บไซต์คู่แข่งที่เรากำลังวิเคราะห์อยู่นี้ มีการทำ Backlinks ผ่านคีย์เวิร์ดใดบ้าง มีการเน้นลิงค์ผ่านคีย์เวิร์ดไหนเป็นหลักหรือปล่าว ถ้าหากว่าเราเอาเว็บคู่แข่งที่ติดอันดับหน้าแรกในคีย์เวิร์ดพนันบอลออนไลน์มาวิเคราะห์ผ่าน Ahrefs เมื่อเราทำการตรวจสอบดู พบว่าเว็บคู่แข่งของเราไม่ได้มีการเน้นเฉพาะคีย์เวิร์ดแทงบอลออนไลน์เพียงคีย์เวิร์ดเดียว แต่ยังมีคำอื่นอย่างเช่น ดูบอลออนไลน์ หรือ ปนอยู่ด้วย เราก็เอาคีย์เวิร์ดที่คู่แข่งทำไปดูผลลัพธ์ที่หน้า SERP ว่ามีติดอันดับในหน้าแรกหรือปล่าว หากมีติดอันดับเราก็สามารถมานั่งแกะรอยคู่แข่งในแต่ละหน้าเว็บที่ติดอันดับเพื่อนำมาเป็นแนวทางการทำ SEO ของเราได้ การที่เว็บไซต์คู่แข่งติดอันดับหลายๆคีย์เวิร์ด แปลว่าเขามีการทำ SEO ที่ถูกต้อง เราก็แค่วิเคราะห์การทำผ่าน Ahrefs.com แล้วนำไปใช้กับเว็บของตนแค่นั้นเอง

ที่บอกว่าเกือบทั้งหมดเพราะเป็นไปได้ยากที่บอทของ Ahrefs.com จะเข้าไปตามเก็บข้อมูลแล้วเจอแหล่ง Backlinks ของเว็บคู่แข่งเราทั้งหมด บางเว็บไซต์มันไม่มีสะพานลิงค์ให้บอทไต่ตามเข้าไปจนเจอ ก็จะไม่ถูกนำมาแสดงผลในหน้าสถิติ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเว็บจำพวก Competitor Research Tools แหล่งอื่น Ahrefs ถือเป็นอันดับ 1 ของเครื่องมือกลุ่มนี้ มีสถิติโชว์เยอะและละเอียดมากที่สุด ถึงเราจะไม่รู้ข้อมูลทั้งหมดของเรื่อง Off Page เว็บคู่แข่งของเรา แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เราเดาวิธีการที่คู่แข่งใช้พอสมควรแล้ว เราจะทำตามคู่แข่งหรือจะทำวิธีอื่นก็แล้วแต่เราแล้วล่ะ

ค่าบริการของ Ahrefs

ทางเว็บไซต์ Ahrefs จะคิดค่าบริการเป็นรายเดือน ตกอยู่รายๆเดือนละ 3 พันบาทได้ ซึ่งถือว่าแพงพอสมควร แต่เมื่อเทียบกับข้อมูลที่ได้แล้วถือว่าคุ้มมาก การจะเช่ารายเดือนเพื่อใช้ส่องเว็บคู่แข่งเพียงไม่กี่เว็บอาจไม่คุ้มสักเท่าไหร่ ถ้าเรามีเว็บคู่แข่งที่จะนำมาส่องไม่เยอะ จะใช้ฟรีก่อนก็ได้ หลังจากสมัครสมาชิกแล้วจะสามารถค้นหาต่อวันได้ฟรีประมาณ 3 เว็บ แต่ข้อมูลที่แสดงผลบางส่วนจะโชว์ไม่หมด หรืออีกวิธีก็ไปไล่เก็บเว็บเป้าหมายของเรามากสัก 300 เว็บเลย แล้วเสียเงินเช่าสัก 1 เดือน ส่องเว็บทั้งหมดในเดือนเดียว ก็เท่ากับว่าเราเสียค่าส่องเว็บคู่แข่งเพียงเว็บละ 10 บาทเท่านั้นเอง ( 3000 บาท หาร 300 เว็บ ) แถม Ahrefs ยังสามารถให้เรา Export File Url Backlinks คู่แข่งได้อีกด้วย แจ่มมากสำหรับเครื่องมือตัวนี้

บางคนที่มีประสบการณ์ใน SEO อาจจะมีการปกปิดไม่ให้บอทของเว็บไซต์แห่งนี้เข้าไปเก็บข้อมูลได้ ทำให้ข้อมูลจะไม่แสดงผลในเว็บไซต์ Ahrefs เวลาที่เราไปค้นหา หรืออาจจะเจอข้อมูลแค่บางส่วนเท่านั้น นักทำ SEO ที่เลือกปิดบอทเว็บไซต์วิเคราะห์คู่แข่งแนวๆนี้ ส่วนใหญ่จะปิดไม่ให้บอทตามเก็บข้อมูลในเว็บที่เป็น Private Blog Network ของเขา เพื่อป้องกันการโดนสแปมลิงค์หรือโดนรายงานเว็บจากคนที่ไม่หวังดี อย่างไรก็ดี เครื่องมือพวกนี้ อย่าลืมว่าเราดูเว็บคนอื่นได้ คนอื่นก็ดูเว็บเราได้เหมือนกันถ้าไม่ปิดกั้นบอท อย่าไปคิดว่าเราเหนือกว่าคู่แข่งเพราะรู้หลังบ้านของเขาจนประมาทในเส้นทาง SEO ซะล่ะ