SEO ช่วยให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดดได้ จริงหรือ

SEO ช่วยให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดด

SEO เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ธุรกิจคุณรุ่งเรืองและเติบโตแบบก้าวกระโดดได้มากกว่าที่เคย เนื่องจากเป็นเทคนิคที่ตอบโจทย์คนที่มุ่งมั่นไม่เคยหยุดนิ่งและมีเป้าหมายในการพัฒนาองค์กรหรือบริษัทอยู่เสมอ เหมาะกับการแข่งขันในโลกยุคไอทีหรือการตลาดออนไลน์อย่างปัจจุบัน เรียกได้ว่าให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน สำหรับคนที่พร้อมปรับตัวให้ก้าวทันความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ที่กล่าวเช่นนั้น เนื่องจากการทำ SEO จำเป็นต้องมีการวิจัยทางการตลาด เพื่อดูค่าสถิติในการสืบค้นใน search engine ของผู้ที่เปิดหน้าจอทั้งคอมพิวเตอร์ tablet และมือถือ smartphone ต่าง ๆ ก่อนจะทำการเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับสินค้าและบริการของบริษัท ซึ่งจะทำให้เกิดการ match จับคู่ได้ตรงใจที่สุดระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ในช่วงเวลาที่สั้นที่สุด ทำให้ปิดการขายได้เป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย คือ ผู้ขายหรือบริษัทก็ได้ขาย ส่วนผู้ซื้อก็ได้สินค้าหรือบริการที่ถูกใจที่สุดด้วยความรวดเร็ว

และเนื่องจากการสืบค้นนั้นมีเครื่องมือหลากหลายไม่ว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรืออุปกรณ์ไอทีแบบพกพา จึงจะเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO แนะนำการทำเว็บไซต์ทั้ง on-page และ off-page ที่มีโครงสร้างตอบโจทย์การใช้งานที่ง่ายและสวยงามโดนใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วย เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการขายและเป็นการครองใจลูกค้าให้ได้ยาวนานที่สุด

ช่วยให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดดได้-จริงหรือ

การทำลิ้งค์เชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์พันธมิตรทางการค้า หรือระหว่างหน้าเพจต่าง ๆ นั้นก็ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของ backlink ที่ต้องอิงตาม SEO เช่นกัน (หากเป็นในอดีตช่วงสิบปีที่ผ่านมา ก็จะเน้นจำนวนลิ้งค์หรือที่เรียกว่า เชิงปริมาณ) เพื่อให้ลูกค้ามีความประทับใจในข้อมูลที่มีประโยชน์และเชื่อมโยงกัน เช่น กลุ่มเป้าหมายกำลังหาวิตามินและอาหารเสริมช่วยเสริมภูมิต้านทานร่างกายป้องกันหวัด ก็มักสืบค้นใน search engine ด้วยคำว่า “วิตามิน” “หวัด” ซึ่งหากได้เข้ามาในหน้าบทความ SEO แล้วอ่านได้ความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เป็นหวัด (เช่น เครียด นอนน้อย ไม่ออกกำลังกาย) และได้คำแนะนำเรื่องอาหารเสริมและวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยบรรเทาหวัด (เช่น วิตามินซี เบต้ากลูแคน) ก็จะมีความประทับใจในบริษัทคุณ (ขายอาหารเสริมสุขภาพ) และจะยิ่งทวีความประทับใจขึ้น หากมีการเชื่อมโยงหรือแนะนำลิ้งค์อื่น ๆ เช่น วิธีออกกำลังกายง่าย ๆ ในห้านาทีเพื่อป้องกันหวัด สิบเมนูอาหารต้านหวัด ฯลฯ

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO ไม่ใช่สิ่งที่จะทำครั้งเดียวแล้วหยุดเพื่อรอดูผลลัพธ์ แต่จำเป็นต้องหมั่นอัพเดตและติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ ในสังคม เพื่อนำมาปรับสร้าง content SEO ที่ทรงประสิทธิภาพในการนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ คู่กับการศึกษาวิจัยเชิงเทคนิค เพื่อให้ “จับทาง” SEO ที่เหมาะสมกับประเภทสินค้าและบริการของธุรกิจคุณให้ได้อย่างดีที่สุด

SEO ช่วยให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดดได้ จริงหรือ

จุดอ่อนของการทำ SEO เรื่องที่ควรรู้

การทำ SEO เพื่ออัพอันดับของเวบเพจของคุณให้ขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของการสืบค้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องที่คุ้มค่าในการลงทุน เนื่องจากสามารถเพิ่มโอกาสในการพบปะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายด้วยการอยู่ใน ทำเลทองออนไลน์ ซึ่งเท่ากับเพิ่มเปอร์เซ็นต์การเติบโตรายได้ทั้งจากการรักษาฐานลูกค้าเก่าและขยายตัวของกลุ่มลูกค้าใหม่ในธุรกิจคุณ แต่อย่างไรก็ตาม การทำ SEO ในปัจจุบันยังมี จุดอ่อน อีกหลายอย่างที่คุณในฐานะผู้เป็นเจ้าของธุรกิจหรือเป็นผู้รับจ้างทำ SEO ต้องคำนึงถึง ดังนี้

สิ่งที่ผู้รับจ้างทำ SEO ต้องคำนึงถึง

1. มี timing

จำเป็นที่คุณต้องใจเย็นกับการรอให้เห็นผลของ SEO อย่างชัดเจนที่หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีคู่แข่งจำนวนมาก เช่น ทัวร์ การท่องเที่ยว เพราะทุกบริษัทที่เปิดหน้าร้านออนไลน์ ล้วนจ้างคนทำ SEO ที่มีประสบการณ์แบบมืออาชีพมาเป็นผู้ช่วยกันทั้งนั้น

2. พัฒนาเทคนิคเสมอ

ผู้รับจ้างทำ SEO ต้องไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้เทคนิคและเพิ่มพูนประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อให้บริษัทที่จ้างเห็นผลงานจากการทำ SEO ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะการหยุดนิ่งในการเรียนรู้เทคโนโลยีระบบการสืบค้นข้อมูล จะเท่ากับทำให้คู่แข่งรุดหน้าก้าวเหนือเราเสมอ

3. ต้องหาวิธีวัดผล

ธุรกิจที่จ้างทำ SEO ส่วนใหญ่หากไม่มีดัชนีที่ชี้วัดผลในการทำ SEO ที่ชัดเจน จะไม่สามารถบอกได้ว่า ลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากการทำ SEO มากน้อยเพียงใด หรือมีเปอร์เซ็นต์ยอดขายส่วนไหนที่มาจากการทำ SEO ตรงนี้เป็นสิ่งที่ต้องปรึกษาเฉพาะกับกูรูด้าน SEO ในการสร้างเครื่องมือวัดผลที่เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ

4. มีข้อจำกัดด้านคีย์

คีย์หรือ keywords ที่ search engine ให้ใช้สำหรับการสืบค้น ห้ามเกิน 5 คำ ทำให้แม้จะอยากใส่หลาย ๆ คีย์อัดแน่นกว่านั้น ก็จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี และอาจทำให้ content ที่ได้มีความไม่เป็นธรรมชาติและทำให้กลุ่มเป้าหมายอ่านแล้วเกิดความรู้สึกแง่ลบแทน

5. ผลการสืบค้นไม่หยุดนิ่ง

ลำดับของการขึ้นหน้าโชว์แสดงผล ไม่มีคำว่าหยุดนิ่งหรือ fix อันดับได้ เนื่องจากการอัพเดตของแต่ละเว็บไซต์มีตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องทำ SEO อย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ

6. มีช่วง GAP ในการอัพเดต

มีการเก็บสถิติพบว่าต้องใช้เวลา 1 – 4 สัปดาห์ในการทำงานของ Robots เพื่อจัดอันดับใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทำให้ผลของการทำ SEO ต้องมีช่วงรอจังหวะอยู่บ้าง

7. ไม่มีใครรู้อัลกอริทึ่มที่แท้จริง

ระบบ algorithm ของเครื่องมือสืบค้นมีความเป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง ไม่มีใครสามารถรู้กลไกอย่างลึกซึ้งแน่นอนได้ ตรงนี้เป็นจุดอ่อนที่เป็นขีดจำกัดของมนุษย์

จะเห็นได้ว่า แม้ผู้มีประสบการณ์ในการทำ SEO ก็ยังมีจุดอ่อนที่ไม่สามารถควบคุมได้ การจ้างทำ SEO จึงต้องเผื่อใจไว้สำหรับปัจจัยเหล่านี้ การทำธุรกิจจึงควรให้ เวลา เป็นตัวพิสูจน์ คุณภาพของงานบริการและสินค้า ที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการทำ SEO

สิ่งที่ผู้รับจ้างทำ SEO ต้องคำนึงถึง

เขียนบทความยังไงให้ได้คุณภาพ

ได้ยินบ่อยมากเรื่องการทำ Search Engine Optimization หรือ SEO ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาเว็บไซต์ในเครื่องมือค้นหาอย่าง Google สามารถพบสิ่งที่ต้องการเร็วขึ้น หลังจากเลือกคีย์เวิร์ดที่เป็นคำหลักอย่างเหมาะสม แต่ก่อนที่จะเขียนเนื้อหาบทความคุณมีทางเลือกทำตามคำแนะนำต่อไปนี้

เขียนบทความยังไงให้ได้คุณภาพ

1.ตั้งเป้าหมายเว็บไซต์

การเขียนบทความ ควรทำการวิจัยคีย์เวิร์ดก่อน เรียนรู้ว่าควรใช้คำไหนที่เหมาะสม อาจจะอาศัยการวิเคราะห์ของเครื่องมือค้นหาอย่าง Google ว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ใช้คำไหนในการค้นหาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง เลือกคำหลักที่สำคัญที่สุดสำหรับใส่ในบทความ ถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญ

2.รู้ว่าควรใช้คีย์เวิร์ดตรงไหน

การเขียนบทความจะต้องวางแผนว่าใช้คีย์เวิร์ดตรงไหนบ้าง เช่น ชื่อบทความ , โดเมนเนม , คำอธิบายเว็บ , ใส่แท็ก , หมวดหมู่ , ชื่อหน้าเพจและเนื้อหาของบทความ หากคุณใช้ WordPress มีปลั๊กอินเวิร์ดเพรสช่วยจัดการทำ SEO ของเว็บไซต์ให้ง่ายขึ้น เช่น All in One SEO Pack ที่ใช้งานตั้งค่าพื้นฐานให้เรียบร้อย จากนั้นเลือกโพสต์ที่ต้องการแล้วทำการใส่ Title Description และ Keywords ในโพสต์ได้ง่าย ๆ ในแบบที่เราต้องการ

3. ลิงก์เชื่อมโยงภายในเว็บไซต์

ระบบจัดการเนื้อหาส่วนมากทำงานโดยอัตโนมัติ เชื่อมโยงหน้าที่เกี่ยวข้องกับภายในเว็บไซต์ โดยเพิ่มคุณภาพและความน่าเชื่อถือของคอนเทนต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำ SEO ช่วยในเรื่องการจัดอันดับในการค้นหาเว็บไซต์ได้ด้วย

4.การตั้งค่า Permalink ใน WordPress รวมทั้งคีย์เวิร์ด

บางเว็บไซต์มีโครงสร้าง Permalink แบบระบุตัวเลขหน้า เช่น https://yoursite.com/?p=12 ไม่แนะนำให้ใช้แบบนี้เพราะไม่เกิดประโยชน์เพราะไม่เห็นว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และยังไม่เป็นมิตรกับเครื่องมือค้นหาอีกด้วย แนะนำว่าควรใช้โครงสร้าง URL ที่มีข้อความและอย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดไว้ใน URL ด้วย มีลักษณะเช่นนี้แทน https://yoursite.com/coolpage/

5. ลบสิ่งที่ทำให้เว็บไซต์โหลดช้าลง

เวลาในการโหลดหน้าเว็บมีความสำคัญ ควรลบสิ่งที่ไม่จำเป็นอื่น ๆ ที่ทำให้เว็บไซต์เสียเวลาในการโหลดเว็บไซต์ อาจรวมถึงไฟล์รูปภาพขนาดใหญ่ กราฟิกภาพเคลื่อนไหวและปลั๊กอินที่ไม่จำเป็น

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพ SEO ค้นหาเว็บไซต์เร็วขึ้น

6.ใช้คีย์เวิร์ดในภาพ

คีย์เวิร์ดไม่ได้ใส่เฉพาะในเนื้อหาบทความเท่านั้น ควรใส่ในชื่อเรื่อง ชื่อรูปภาพ คำอธิบายเว็บและไฟล์อื่นๆ เปลี่ยนชื่อไฟล์ใหม่ถ้าไม่สามารถใส่คีย์เวิร์ดในไฟล์นั้น ชื่อรูปภาพควรจะเป็น “writing-tips.jpg” แทนที่จะเป็น “d1234.jpg”

7.เชื่อมโยงเว็บไซต์ภายนอกที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง

คุณสามารถรวมบล็อกลิงก์ รายการลิงก์หรือแหล่งข้อมูลไว้ในเว็บไซต์ การเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอกจะทำให้ลิงก์ย้อนกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณ มีผลต่อเครื่องมือค้นหาที่พบหัวข้อที่ตรงกันด้วย

8.ปรับปรุงเว็บไซต์บ่อยๆ

เว็บไซต์ที่มีการอัพเดตเนื้อหาสม่ำเสมอ การโพสต์บทความใหม่มีคุณภาพเป็นประจำ มักมีอันดับสูงกว่าเว็บไซต์ที่ไม่ค่อยขยับเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น วิกิพีเดียจะติดอันดับดีในเครื่องมือค้นหาเพราะทำการอัปเดตเนื้อหาใหม่อย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณทำ SEO ถูกต้องตามกฎและได้รับการจัดอันดับในดัชนีของเครื่องมือค้นหา เช่น Google , Bing และ Yahoo ทำให้ผู้ใช้ค้นพบเว็บของคุณทางออนไลน์

โครงสร้างเว็บไซต์แบบไหน ส่งเสริมช่วยอันดับเว็บให้ดีขึ้น

หลายคนมีความเข้าใจผิด คิดว่าการทำ SEO คือการอัดคีย์เวิร์ดเข้าไปมาก ๆ ใช้ลิงก์ภายนอกและแลกลิงก์กับเว็บอื่น ๆ แต่หลักการทำเว็บไซต์ให้น่าอ่าน น่าใช้งาน จะต้องมีการวางแผนละเอียดรอบคอบกว่านั้น จุดเริ่มดีที่สุดคือโครงสร้างของเว็บไซต์ที่เป็นระเบียบ เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ค่อยอยากอ่านข้อความยาวเกินไป มีภาพประกอบสร้างจุดสนใจ สามารถอ่านบนหน้าจอมือถือได้ง่าย โครงสร้างเว็บไซต์ของคุณที่ดียิ่งขึ้นย่อมมีโอกาสในการจัดอันดับที่สูงขึ้นในเครื่องมือค้นหา ทุกเว็บไซต์มีโครงสร้างแบ่งเป็นส่วน ๆ บางส่วนใช้ง่าย บางส่วนซับซ้อนและมีความเชื่อมโยงกัน ทำให้เกิดความสับสนของหน้าเว็บ หากคุณตั้งใจปรับแต่งโครงสร้างเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ใช้ประสบความสำเร็จในการค้นหา พบสิ่งที่ต้องการรวดเร็วเป็นประจำ เว็บนั้นจะมีความน่าเชื่อถือและสร้างความประทับใจให้กลับมาใช้ซ้ำอีกเรื่อย ๆ

เลือกใช้ Hosting ที่น่าเชื่อถือ

โฮสติ้ง มีผลต่อการจัดแต่งโครงสร้างเว็บไซต์ รวมไปถึงการทำ SEO ด้วย โดยเฉพาะเรื่องความเสถียรของระบบเซิร์ฟเวอร์ทำให้การเข้าถึงและใช้งานเว็บไซต์มีประสิทธิภาพตลอดเวลา มีรูปมาก วิดีโอมาก ก็ไม่เป็นปัญหา โหลดเร็วไม่สร้างความรำคาญ ความเสถียรกับความเร็วไปด้วยกันเสมอ สังเกตได้จากเว็บดังๆ ไม่ค่อยพบปัญหาบกพร่องเรื่องนี้เพราะต้องเตรียมพร้อมรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากในคราวเดียวกันอยู่แล้ว ดูว่าเว็บเหล่านั้นใช้ Hosting อะไร หรือมีเทคนิคการปรับแต่งเว็บไซต์อย่างไร ย้อนกลับมาดูเว็บของตนเองว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นได้บ้าง

อยากเอาชนะคู่แข่งได้ ต้องขยันสอดส่อง

คอยดูว่าเขาทำอะไรถึงดึงดูดลูกค้าได้ดี มีอะไรที่เราทำต่อยอดจากเขาให้ดียิ่งกว่า ก้าวหน้ากว่า ส่วนสำคัญยกไม่พ้นเรื่องคีย์เวิร์ดสำหรับการทำ SEO และแนวทางการเขียนบทความที่มีเนื้อหาดี อ่านแล้วติดใจกลับเข้ามาเยี่ยมเว็บไซต์อยู่เสมอ หากคิดว่าตนเองไม่เข้าใจเรื่องนี้ดีพอ ควรปรึกษาบริการรับทำเว็บไซต์และ SEO ซึ่งจะให้คำแนะนำและเข้ามาช่วยดูแลในเบื้องต้นให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมือใหม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องโครงสร้างของเว็บไซต์จึงสำคัญ และถ้ามองข้ามไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น การปรับโครงสร้างให้ใช้งานโดยเข้าไปลองใช้เว็บดังอื่นๆ ประเมินจากมุมมองของผู้ใช้งานจริงว่ารู้สึกอย่างไร คุณจะพบคำตอบเบื้องต้นว่าโครงสร้างเว็บไซต์ที่ช่วยเพิ่ม SEO ทำให้มีคนเข้ามาใช้งานมากขึ้นจริงๆ

โครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีหมายถึงประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม ควรวางแผนอย่างพิถีพิถันเพื่อให้อ่านง่าย เช่น สี , แบบอักษร , การจัดวางภาพ , พื้นที่สีขาว ทำให้อ่านง่ายสบายตา มีการเชื่อมโยงหน้าเว็บเพื่อให้ลูกค้าพบสิ่งที่พวกเขากำลังมองหา ไปจนถึงคำตอบที่เหนือความคาดหวัง ทั้งหมดคือโครงสร้างที่ดีทำให้ผู้ใช้พอใจ เครื่องมือค้นหาของ Google ใช้ข้อมูลจากผู้ค้นหาในการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณ หากมีโครงสร้างที่ดี คนเข้าใช้งานจำนวนมากและเข้ามาใช้ซ้ำอย่างต่อเนื่อง จะได้อยู่ต่อในหน้าแรก ๆ ของ Google แต่ถ้าทำ SEO เพียงเพื่อกระตุ้นยอดเข้าชมในครั้งแรก ลูกค้าไม่กลับมาใช้งานอีก เป็นตัวแปรที่อาจเขี่ยเว็บของคุณให้หลุดจากอันดับไม่ได้หวนกลับคืนมาอีกเช่นกัน

การตลาด SEO

หลายคนเข้าใจว่าการทำการตลาดออนไลน์ด้วยSEO มีจุดประสงค์เพื่อทำอันดับการค้นหาในกูเกิ้ลขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดขายสินค้าและบริการในเว็บไซต์ของตนเองได้ ความจริงแล้วประโยชน์และจุดมุ่งหมายของการตลาดออนไลน์ในลักษณะนี้มีดีมากกว่าอันดับในกูเกิ้ลเสียอีก เพราะถือได้ว่าเป็นประตูทางเข้าสำหรับต้อนรับลูกค้าในอนาคต รวมถึงลูกค้าในปัจจุบันที่จะเข้ามาอุดหนุนสินค้าอยู่เรื่อยๆ การทำ SEO แบบมีคุณภาพทำให้เราเลือกลูกค้าได้ โดยใช้คีย์เวิร์ดในการค้นหาเป็นตัวกำหนดกรอบของลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการ ลองนึกถึงคำว่า “สมาร์ทโฟน รุ่นล่าสุด” และ “สมาร์ทโฟน มือสอง” สะท้อนให้เห็นความแตกต่างของสินค้า กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ผลประโยชน์ในด้านราคา ผลกำไรและอื่นๆ ทั้งหมดนี้มีรายละเอียดมาก ทำให้ต้องเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับธุรกิจของเรามาใส่ไว้ในบทความอย่างแนบเนียน

การเลือกบริการรับทำคอนเทนต์ จะต้องเฟ้นหาทีมงานที่เข้าใจทั้งเรื่องงานเขียน งานขายและการทำ SEO มีบริการครบวงจรเพื่อให้คอนเทนต์ที่นำมาใส่ในเว็บไซต์มีคุณภาพ บทความที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าดีที่สุดจะช่วยกระตุ้นความสนใจและความต้องการซื้อของลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น การทำอันดับในกูเกิ้ลไม่ใช่เหตุผลหลักของการทำ SEO สิ่งสำคัญแท้จริงคือการสื่อสารกับลูกค้า เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงและสนองตอบให้ตรงใจที่สุด จะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่ลูกค้าเป้าหมายต้องการ ทั้งสินค้าที่พึงพอใจและบทความน่าอ่าน ให้ประโยชน์ รู้สึกว่าเข้ามาแล้วได้ทั้งสาระและความบันเทิง น่าเข้ามาเยี่ยมบ่อยๆ

ความสำคัญของบทความ

การเขียนบทความเป็นเหมือนการเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างผู้ประกอบการกับลูกค้าโดยตรง บอกว่าเรามีดีอย่างไร ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างไรบ้าง มีความแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร ยิ่งเขียนบทความให้เข้าใจง่าย น่าอ่าน ให้ประโยชน์มากเท่าไร ยิ่งมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้ามากขึ้นเท่านั้น การทำ SEO ด้วยวิธีใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปในเนื้อหาจะต้องมีความชำนาญพอสมควรเพื่อให้คีย์เวิร์ดกลมกลืนไปกับเรื่อง เรียบเรียงดี เขียนแล้วอ่านเข้าใจง่าย ไม่วกวน รู้จักเลือกคีย์เวิร์ดให้เข้าถึงลูกค้าหลายระดับ ตั้งแต่คำเดียว เช่น “ชุดกีฬา” หรือสองคำ เช่น “ชุดกีฬา ว่ายน้ำ” ทำให้เข้าหาลูกค้าได้ตรงเป้าหมายรวดเร็วไม่เสียเวลา

นอกจากจะได้ประโยชน์ในการเข้าถึงลูกค้าแล้ว การจ้างทำบทความแนว SEO ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ธุรกิจด้วย มันสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อให้เกิดความรู้และสร้างประสบการณ์ต่อผู้กลุ่มเป้าหมาย ช่วยให้พวกเขาเกิดความมั่นใจมากขึ้นซึ่งจะเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นลูกค้าในอนาคตได้ไม่ยากนัก การทำ SEO โดยการใส่คีย์เวิร์ดในส่วนการรีวิวสินค้า สร้างความเชื่อมั่นใจได้ว่ามีผู้ทดลองจริงแล้วเห็นว่าสินค้ามีคุณภาพที่ดี สามารถตอบสนองความต้องการและแก้ปัญหาของลูกค้าได้จริง ซึ่งรีวิวมีประโยชน์ในการสื่อสารถึงสินค้ารวมถึงบริการได้ด้วย เช่น ขั้นตอนการจัดส่งที่รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องนำเสนอเฉพาะเรื่องดีด้านเดียว ถือเป็นการแสดงความจริงใจทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น จะส่งผลดีต่อธุรกิจในระยะยาวแน่นอน ซึ่งบริการรับทำบทความช่วยคุณได้อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ลงทุนจ่ายเท่าไรก็ได้ผลตอบแทนคุ้มค่าแน่นอน

การทำ Seo

ทำ SEO ให้เว็บดูแพง

ในโลกธุรกิจดูเหมือนการสร้างเว็บไซต์เพื่อทำตลาดออนไลน์กำลังทวีความสำคัญเพราะเกิดประโยชน์มากในเรื่องการโฆษณาสินค้าและบริการให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ในด้านการขยายฐานลูกค้าให้กว้างไกลในเวลาอันรวดเร็ว ตลอดจนการประหยัดต้นทุนมีผลต่อราคาสินค้าทำให้ปรับราคาถูกลงซึ่งส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดเดียวกัน เทคนิคการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจกันมาก แต่การเชื่อมโยงกับลูกค้าในอนาคตจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือและความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น จึงจะดึงดูดให้กลับเข้ามาซ้ำอีก มีเคล็ดลับการทำ SEO ให้เว็บไซต์ว่าจะทำอย่างไรให้เว็บดูแพงมาฝากกัน ดังนี้

1. เว็บไซต์เป็นช่องทางโปรโมทแบรนด์ของตัวเอง การออกแบบเว็บที่สวยงามจะยกระดับสินค้าและบริการที่ดูดีมีระดับ แต่ดีไซน์ของเว็บจะสวยขนาดไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับการสื่อสารที่ดี คำว่าเว็บคุณภาพจึงไม่ได้มีดีแค่รูปสวยสะดุดตาเท่านั้น ยังออกแบบให้ใช้งานง่าย ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้รวดเร็ว ช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อและมีโอกาสขายของได้มากขึ้น รวมถึงง่ายต่อการค้นหาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง สามารถเชื่อมโยงกันอย่างลื่นไหล เพิ่มโอกาสขายมากขึ้นไปอีก
2. เนื้อหาในเว็บต้องอ่านเข้าใจทันที จับประเด็นง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ นอกจากนี้คอนเทนต์ที่ดีควรมีความยาวพอเหมาะ ถือเป็นบทความมีคุณภาพที่ลูกค้าเห็นว่าเป็นประโยชน์และไม่คร้านที่จะอ่าน ถูกใจคนสมัยใหม่ที่ไม่ชอบเสียเวลาอ่านเนื้อหาที่ยาวเกินไป เนื้อหาต้องอัพเดททันสมัย ไม่นำของเก่ามาเล่าใหม่ สร้างความประทับใจในการซื้อขายให้กับลูกค้าใหม่ พร้อมกับรักษาลูกค้าเก่าเอาไว้ด้วย
3. สำหรับการทำ SEO ด้วยคีย์เวิร์ดจะต้องสอดคล้องกับเนื้อหา เลือกคีย์เวิร์ดที่คนนิยมค้นหามากที่สุด และใส่จำนวนไม่มากเกินไป วางในตำแหน่งที่เหมาะสมอ่านแล้วกลมกลืนไปทั้งบทความ พร้อมกับแทรกรูปภาพเป็นตัวดึงดูดสายตาได้จังหวะลงตัว ดูสวยงามดึงดูดผู้ชมให้เข้ามาในเว็บง่ายยิ่งขึ้น
4. การตั้งชื่อเรื่องให้คอนเทนต์มีความสำคัญ ทำให้ผู้อ่านรู้ว่าประเด็นหลักคืออะไร กระตุ้นความสนใจให้อยากติดตามอ่าน ควบคู่ไปกับการใส่คีย์เวิร์ดในชื่อของบทความเพื่อให้ปรากฏผลในการค้นหามากขึ้น
5. การสร้างลิงค์เชื่อมโยงไปเว็บอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จะต้องคัดสรรเฉพาะเว็บไซต์ที่มีคุณภาพเพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของเว็บ จำนวนลิงค์จะต้องเหมาะสม หากจำนวนลิงค์มากเกินไปในระยะเวลาสั้นๆ จนดูผิดปกติอาจถูกกูเกิลจับตาและโดนแบนโทษฐานที่ทำสแปมลิงค์เพื่อจุดประสงค์ของการจัดอันดับ SEO

การทำ SEO เป็นกลยุทธ์การเรียกลูกค้าอย่างมีชั้นเชิงจะสร้างความได้เปรียบเหนือแบรนด์คู่แข่ง จำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย อัดแน่นข้อมูลเป็นประโยชน์ที่อ่านง่าย ไม่ยากจนน่าเบื่อ ย่อมจับใจคนอ่านได้ไม่ยาก จำนวนลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้นจนกลายเป็นที่รู้จักกว้างขวางทำให้เว็บไต่อันดับกูเกิลขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ

Local SEO

Local SEO เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา (SEO) ความแตกต่างคือ Local SEO จะมุ่งเน้นเฉพาะในการปรับปรุงการจัดอันดับเว็บไซต์ในผลการค้นหาในท้องถิ่นเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับ SEO แบบทั่วไปที่เน้นการค้นหาโดยรวมทั้งหมด Local SEO จะช่วยให้ลูกค้าในท้องถิ่นสามารถค้นหาผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณได้อย่างรวดเร็วและตต่อไปนี้คือวิธีช่วยปรับปรุงการจัดอันดับการค้นหาในท้องถิ่นของคุณ

ปรับปรุงการจัดอันดับในท้องถิ่นด้วย Content Marketing วิธีหนึ่งคือการทำ Content Marketing เผยแพร่เนื้อหาบนเว็บไซต์ท้องถิ่น หรือใช้ Guest Post ลงบนเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้มีพื้นที่สำหรับการโพสต์ สำหรับ Local SEO มีความจำเป็นต้องกระจายและเริ่มเผยแพร่เนื้อหาในเว็บไซต์อื่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถแสดงความเชี่ยวชาญของคุณในขณะที่ยังมีได้รับ Backlink ที่คุ้มค่าด้วย

ค้นหาคำหลักในท้องถิ่นที่มีการใช้จริง คำหลักและวลีมีความสำคัญเพียงสำหรับ Local SEO เช่นเดียวกับการทำ SEO แบบเดิม คำหลักเหล่านี้ควรถูกนำมาใช้ในหน้าเว็บไซต์และเพิ่มเนื้อหาบทความ การใช้ชุดคำหลักและวลีคำที่เหมาะสมจะช่วยคุณดึงผู้ค้นหาที่อยู่ในท้องถิ่นได้ ควรใช้คำหลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมของคุณเสมอเนื่องจากสิ่งที่ดีที่สุด คำหลักเหล่านี้มีเปอร์เซ็นต์การค้นหาสูงในพื้นที่เป้าหมายของคุณ รวมคำหลักที่ตั้งของคุณพร้อมกับคำหลักทางธุรกิจที่เพื่อเพิ่มเนื้อหาสำหรับ Local SEO หากต้องการค้นหาคำหลักที่ดีที่สุด คุณสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น Google Planner อย่างไรก็ตามก่อนที่คุณจะเริ่มใช้ Google Planner เพื่อหาคำหลักก็จะต้องตั้งค่าบัญชี AdWords ก่อน เมื่อใช้หน้าเครื่องมือวางแผนคำหลัก ให้เลือก “ค้นหาคำหลักใหม่ที่ใช้วลีเว็บไซต์หรือหมวดหมู่” การใช้เครื่องมือนี้จะมีประสิทธิภาพมากเมื่อทำงานกับแคมเปญ Local SEO

เนื้อหามีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่ส่งผลได้ทั้งดีและแย่

สร้างเนื้อหาที่กระตุ้นความน่าสนใจ ด้วยรายการคำหลักและวลีคำใหม่ ๆ คุณควรจะเริ่มเขียนเนื้อหาโดยกำหนดเป้าหมายเนื้อหาซึ่งคุณสามารถใช้ในเว็บไซต์ของคุณเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดอันดับการค้นหาในท้องถิ่นได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามการใช้คำหลักเหล่านี้กับเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณอาจจะยังไม่เพียงพอ ควรเพิ่มเทคนิคเพิ่มขึ้นอีกขั้นเพื่อกระตุ้นความสนใจ ตัวอย่างเช่น ใช้คำว่า “ท็อป 10” หรือ “ดีที่สุด” ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจและ / หรืออุตสาหกรรมของคุณในระดับท้องถิ่น นอกจากนี้คุณสามารถเขียนข้อมูล “วิธีการ” โพสต์บล็อกหรือคำแนะนำเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ เพื่อดึงดูดผู้ชมในท้องถิ่นให้มายังเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น

ชักชวนให้มีกิจกรรมในท้องถิ่น เมื่อได้ให้ความสำคัญกับ Backlink ที่ได้จากเว็บไซต์ในท้องถิ่นแล้วซึ่งจะช่วยเพิ่มอันดับการค้นหาในท้องถิ่นของคุณ อย่างไรก็ตามกลยุทธ์ที่จะได้รับ Backlink ที่มีคุณค่าอีกประการหนึ่งคือการเข้าร่วมในชุมชนหรือสถานที่เป้าหมายของคุณ ที่ทำได้โดยการสร้างกิจกรรมในท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งอาจยังสามารถได้รับ Backlink กลับจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการจากกิจกรรมเหล่านี้ด้วย เช่น จัดกิจกรรมทำความสะอาด แล้วใช้ช่องทางจากเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการในท้องถิ่นเป็นตัวช่วยกระจายข่าว เป็นต้น

ความยาวของเนื้อหา ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้วย

นักทำ SEO ที่มีมันสมองเป็นเต่าล้านปี ยังมีความเชื่ออยู่ในระดับที่ว่า เว็บไซต์ไหนที่มีคอนเทนท์เยอะ จะได้การจัดอันดับเว็บไซต์อยู่ในอันดับสูงสูงของผลการค้นหา ยิ่งมีคอนเทนท์เยอะเท่าไหร่โอกาสที่จะทำอันดับได้ดีกว่าเว็บไซต์อื่นก็ยิ่งมีมากเท่านั้น แท้จริงนั้นสมัย 2 ปีที่แล้ว มันอาจจะเป็นเช่นดั่ง SEO สายคอนเทนท์ได้เกริ่นพูดออกมา แต่ในยุคนี้มันไม่ใช่ เพราะอันกอริทึมได้มีการเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้อย่างต่อเนื่องและมีการปรับตามความเหมาะสม

ในเวลานี้ เนื้อหาควรจะมีความยาวให้เหมาะสมกับเรื่องราวที่เรากำลังเขียน ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นการรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ จะเป็นของในประเทศไทยเราเองหรือของต่างประเทศก็ตาม สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือรูปภาพและคอนเทนท์แบบจัดหนัก อธิบายทุกซอกทุกมุมทุกสถานที่ที่มีความน่าสนใจ ของขึ้นชื่อ อาหารการกิน วัฒนธรรม เหล่านี้ เขียนมากเท่าไหร่ มีประโยชน์กับผู้อ่านมากเท่าไหร่ ส่วนมากผลการจัดอันดับก็จะดีขึ้นมากเท่านั้น

แต่ในทางกลับกัน หากเราจะเขียนข่าวบอลสั้นสั้นเกี่ยวกับข่าวแมนยูวันนี้ ถ้าจะให้เขียนยาวหนึ่งหน้ากระดาษ A4 รับรองว่าคนเขียนบทความข่าวแมนยูของจะต้องใช้คำสลับไปมาซ้ำซ้อนอย่างแน่นอน ซึ่งจะเกิดข้อเสีย ก็จะให้ทำอย่างไรล่ะในเมื่อเป็นข่าวเรื่องของบทสัมภาษณ์ของ ”จ่ามู” ในฉบับสั้นๆ จะให้มาเขียนยาวหนึ่งหน้ากระดาษเอสี่จะทำได้ยังไง…

ประเด็นสำคัญก็คือเราจะต้องใส่ใจเรื่องของประโยชน์ต่อผู้อ่าน ไม่ว่าจะสั้นหรือยาว หากไม่มีประโยชน์ย่อมส่งผลดีกับเว็บไซต์ของเราอยู่เสมอ ถ้าเนื้อหามันไม่สามารถเขียนยาวได้ก็อย่าไปฝืน แต่ไปให้คะแนนความสำคัญในส่วนอื่นๆแทนดีกว่า

Search Engine

การทำ SEO ให้ได้ดี ผู้จัดทำ SEO จะต้องเข้าใจและรู้ลึกในเรื่องของหลักในการทำงานของ Search Engine ให้ดีแท้เสียก่อน เนื่องจากเว็บไซต์บนโลกใบนี้ในปัจจุบัน ถือได้ว่ามีเป็นร้อยล้าน พันล้านเว็บไซต์ด้วยกัน หากเราต้องการที่จะทำให้เว็บไซต์ของเรามีความโดดเด่น นอกจากโครงสร้างของเว็บไซต์ที่ดี และปัจจัยหลักในเรื่องอื่น ๆ ที่ดีพร้อมแล้ว ความรู้เกี่ยวกับการทำงานของ Search Engine จึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความรู้ดี ๆ ที่ผู้จัดทำ SEO จะต้องให้ความสำคัญและศึกษา เพื่อที่จะสามารถทำ SEO ออกมาได้อย่างเห็นผล

หลักการทำงานของ Search Engine ที่เราควรรู้

Crawling หรือ ไต่ – Google มักจะมี googlebot หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งได้ว่า Spider ซึ่งถือได้ว่าเป็นโปรแกรมเล็ก ๆ ที่จะสามารถวิ่งไต่ไปตามโครงข่ายข้อมูลได้ เพื่อที่จะทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลของทุก ๆ เว็บไซต์บนโลกใบนี้ โดยข้อมูลที่ถูกเก็บได้จะถูกนำมาวิเคราะห์อย่างละเอียด ว่าเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ได้มีความเกี่ยวข้องกับ keyword อะไรบ้าง ตลอดจนกระทั่งมีการนำเสนอเนื้อหาอย่างไร

Indexing หรือ เก็บ – เมื่อ googlebot ได้ทำการเก็บข้อมูลเอามาไว้ได้แล้ว พร้อมทั้งได้รู้แล้วว่าเว็บไซต์ไหนเกี่ยวกับคีย์เวิร์ดอะไรบ้าง ต่อจากนี้ก็จะมีการนำข้อมูลในส่วนนี้ไปเก็บไว้ในฐานข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ พร้อมทั้งมีการแยกประเภทเอาไว้เป็นสัดส่วน เพื่อที่จะพิจารณาต่อไป

Processing & Search Result หรือ คิดพร้อมทั้งแสดงผล – ในกรณีที่มีการค้นหาคีย์เวิร์ดหรือคำ ๆ หนึ่งผ่านหน้า google ก็จะมีการโชว์ผลลัพธ์ในการค้นหาออกมา ซึ่งผลของการค้นหานี้ถือได้ว่าเป็นข้อมูลที่ googlebot ได้เก็บรายละเอียดมาและมีการแยกจัดเก็บเอาไว้เป็นสัดส่วน พร้อมทั้งมีการประมวลผลออกมาเพื่อให้ผู้ค้นหาคีย์เวิร์ดได้พบเห็นเว็บไซต์ และก่อนที่จะมีการแสดงคำตอบออกมาจากการค้นหาในแต่ละครั้ง ทาง google จะต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างเพื่อที่จะตัดสินใจในแต่ละครั้ง ซึ่งปัจจัยที่ว่านี้มีมากกว่า 200 ปัจจัยด้วยกันเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้น ถ้าหากเราต้องการที่จะให้เว็บไซต์ของเรานั้น ขึ้นติดอันดับต้น ๆ บนหน้า google เราจะต้องเรียนรู้และเข้าใจให้ดีเสียก่อนว่า ปัจจัยต่าง ๆ ที่ google ใช้พิจารณาและประมวลผลนั้นมีอะไรบ้าง หากเราเข้าใจในส่วนนี้จริง ๆ การทำ SEO ต่อจากนี้ก็นับได้ว่าไม่ใช่เรื่องที่ยากมากที่สุดอีกต่อไป เพียงแค่เรารู้จักปัจจัยพร้อมทั้งหลักการต่าง ๆ ที่จะทำให้ google สามารถเข้าถึงและเน้นพิจารณาในเว็บไซต์ของเราได้มากยิ่งขึ้น ความสำเร็จผ่านการทำ SEO ก็จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

Best Marketing SEO

มุมมองของมือใหม่ หรือ ผู้ที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง SEO แบบเจาะลึกเท่าไหร่นัก มักจะมองว่าการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ จะช่วยทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพขึ้นได้ และ มีอันดับที่ดีจนติดหน้าแรกของกูเกิลได้ทันที ซึ่งในส่วนนี้ต้องขอบอกก่อนเลยว่า เว็บไซต์ของคุณจะต้องเริ่มต้นด้วยการเป็นเว็บไซต์คุณภาพ เป็นเว็บไซต์ที่มีดีตั้งแต่ต้น และได้มาทำ SEO เพิ่มเติมในภายหลัง เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่ดี ตลอดจนกระทั่งได้ติดหน้าแรกของกูเกิลเป็นที่เรียบร้อย ส่วนการทำให้เว็บไซต์ของคุณดีเลิศและมีคุณภาพ จนกระทั่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้คุณสำเร็จผ่านการทำ SEO ในภายหลังได้นั้น มาจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้

เนื้อหาภายในเว็บไซต์ชวนให้ติดตาม

เนื้อหาภายในเว็บไซต์ ถือได้ว่าเป็นไอเดียที่คุณจะทำการถ่ายทอดสู่บุคคลอื่น ๆ ที่เขาต้องการเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ หากเนื้อหาภายในเว็บไซต์ของคุณดีจริง มีสาระจริง พร้อมทั้ง มีความคิดและไอเดียดี ๆ ที่ชวนให้ติดตาม แน่นอนเลยว่าสิ่งนี้จะช่วยทำให้เกิดแรงดึงดูดคนจำนวนมาก ให้เข้ามาติดตามเว็บไซต์ของคุณได้อย่างอัตโนมัติ เพราะพวกเขาชื่นชอบและรู้ว่าคุณต้องการที่จะสื่อถึงอะไรเป็นหลัก

ใส่ใจในเรื่องของคุณภาพ

การที่คุณพยายามสร้างเว็บไซต์ออกมาให้ดี ตรงต่อมาตรฐานที่ควรจะเป็น และเน้นย้ำไปกับการสร้างเว็บไซต์ที่มีคุณภาพเป็นหลัก ย่อมส่งผลดีต่อคุณในอนาคตอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการสื่อสารทุกอย่างที่คุณต้องการจะถ่ายทอดให้กับบุคคลภายนอก เพื่อให้พวกเขามาติดตามคุณ คุณจะต้องสื่อออกมาอย่างชัดเจนว่า เว็บไซต์ของคุณนั้นกำลังสื่อถึงเรื่องอะไรอยู่ และพยายามเอาใจใส่ไปกับเนื้อหา โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องกังวลเกี่ยวกับการทำ SEO แต่อย่างใด

อย่าทำอะไรในสิ่งที่ไม่ควรทำ

การทำ SEO ตามหลักการหรือเทคนิคบางอย่างในอดีต อาจจะนำมาใช้ในปัจจุบันไม่ได้ผล เมื่อคุณรู้เช่นนี้ก็ไม่ควรที่จะทำเป็นอันขาด เพราะมันจะส่งผลต่ออันดับของคุณที่มีอยู่ได้อย่างแน่นอน เลือกทำเฉพาะในสิ่งที่ถูกต้องและมีความเหมาะสม ต่อให้เป็นการทำ SEO ด้วยเทคนิคและวิธีการใด ๆ ก็ตาม คุณจะต้องทำให้ดีและเน้นย้ำในเรื่องของคุณภาพเป็นหลักเท่านั้น เพื่อสร้างอันดับที่ดีขึ้น ไม่ใช่อันดับที่แย่ลงนั่นเอง การที่คุณเรียนรู้และพยายามสร้างสรรค์เว็บไซต์ของคุณขึ้นมาให้ดูดีและมีคุณภาพ ย่อมส่งผลที่ดีต่อเว็บไซต์ของคุณได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าวันนี้อันดับจะไม่ดีตามที่คุณต้องการ แต่ถ้าหากคุณทำออกมาได้ดีและมีคุณภาพเป็นหลักอยู่แล้ว อนาคตอันใกล้คุณจะสามารถสำเร็จได้ตามที่คาดหวัง ซึ่งบางทีคุณอาจจะไม่จำเป็นจะต้องพึ่ง SEO มากนักก็เป็นได้